นายกฯ รือเสาะ เปิดหลักฐานโต้ปมจับหมาจรจัด ยันชาวบ้านร้องเรียนอุบัติเหตุซ้ำซาก
ลั่นไม่หยุดแก้ปัญหาเพราะกระแสโซเชียล จ่อดำเนินคดีผู้โพสต์บิดเบือน ย้ำพร้อมให้รับสุนัขไปดูแล แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน

- เปิดศึกชี้แจงปมร้อนสุนัขจรจัดรือเสาะ! นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะตั้งโต๊ะแถลงข่าว พร้อมนำหลักฐานร้องเรียนจากชาวบ้านและผู้ประสบเหตุอุบัติเหตุ เปิดเบื้องหลังการจับสุนัขจรจัด หลังองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์เดอะโฮปสงขลาเรียกร้องผู้ว่าฯ ตรวจสอบ หวั่นสุนัขถูกกักขังโดยไร้ศูนย์พักพิงมาตรฐาน เจ้าตัวยืนยันเทศบาลดำเนินการตามหน้าที่และกฎหมาย ย้ำมีแผนทำหมันวันที่ 5 พ.ย. พร้อมเปิดทางให้เจ้าของลงทะเบียนรับสุนัขคืน เผยเตรียมปรึกษาทนายดำเนินคดีผู้ที่โพสต์ข้อความทำให้เสียหาย ขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบจากสุนัขจรจัดร่วมสะท้อนประสบการณ์อุบัติเหตุและความสูญเสีย เรียกร้องให้แก้ปัญหาควบคู่กับการคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์
วันนี้ (29 ตุลาคม 2569) ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส นายอามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ เปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีเทศบาลร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จับสุนัขจรจัดในพื้นที่ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความเหมาะสมของการจับสุนัข การจัดหาสถานที่พักพิง และการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ โดยมีปลัดอาวุโสอำเภอรือเสาะ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ ตัวแทนองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์เดอะโฮปสงขลา คณะกรรมการชุมชน และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสุนัขจรจัดเข้าร่วม
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เทศบาลตำบลรือเสาะร่วมกับหน่วยงานปศุสัตว์ลงพื้นที่ใช้ปืนยิงยาสลบจับสุนัขจรจัดในชุมชน โดยก่อนหน้านี้องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์เดอะโฮปสงขลาได้ตั้งข้อกังวลว่าเทศบาลยังไม่มีศูนย์พักพิงสุนัขถาวรที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งมีสุนัขแม่ลูกอ่อนและลูกสุนัขอยู่ในกลุ่มที่ถูกจับ จึงเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสตรวจสอบการปฏิบัติงาน พร้อมเสนอให้ใช้แนวทางจับทำหมัน ฉีดวัคซีน และคืนถิ่นเดิมตามหลักการจัดการสุนัขชุมชน (CNVR)
นายอามีรชี้แจงว่า การจับสุนัขจรจัดไม่ได้เกิดขึ้นโดยพลการ แต่มีที่มาจากข้อร้องเรียนของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งกรณีสุนัขกัดคน วิ่งตัดหน้ารถจักรยานยนต์จนเกิดอุบัติเหตุ มีผู้บาดเจ็บกระดูกหัก และบางกรณีมีความสูญเสียร้ายแรงถึงชีวิต โดยนายกเทศมนตรีได้นำเอกสารคำร้อง ภาพประกอบ และข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบมาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่าปัญหาดังกล่าวเป็นความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะกล่าวว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เทศบาลได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือเจ้าของสุนัขให้ใส่ปลอกคอ เพื่อแยกแยะสุนัขที่มีเจ้าของออกจากสุนัขจรจัด และนำเข้าสู่กระบวนการดูแลสุขภาพและทำหมันอย่างเหมาะสม พร้อมยืนยันว่าการจัดการสุนัขจรจัดเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้องดำเนินการภายใต้ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในชุมชน
สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ นายอามีรระบุว่า เทศบาลพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและเปิดรับการพูดคุยกับผู้ที่มีข้อสงสัย แต่ต้องการให้การสื่อสารตั้งอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่กล่าวหาโดยปราศจากข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีหน้าที่ต้องดำเนินงานตามแรงกดดันจากกระแสสังคมออนไลน์ แต่ต้องทำงานเพื่อประชาชนตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนทางกฎหมาย
นอกจากนี้ นายอามีรยังกล่าวถึงกรณีที่มีผู้โทรศัพท์เข้ามาต่อว่าและใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเหยียดหยาม โดยระบุว่าได้เก็บหลักฐานและบันทึกเสียงไว้ พร้อมเตรียมปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงกรณีข้อความที่เผยแพร่ผ่านเพจรักสัตว์ ซึ่งนายกเทศมนตรีเห็นว่าอาจทำให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของเทศบาลคลาดเคลื่อน ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาเรื่องการบิดเบือนข้อมูลและความรับผิดทางกฎหมายยังเป็นข้อโต้แย้งที่ต้องพิจารณาจากหลักฐานและคำชี้แจงของแต่ละฝ่าย
ส่วนประเด็นที่ถูกตั้งคำถามว่าเทศบาลไม่เคยดำเนินโครงการทำหมันสุนัขและแมว นายอามีรยืนยันว่าเทศบาลมีโครงการด้านสวัสดิภาพสัตว์และการทำหมันเป็นประจำทุกปี พร้อมนำข้อมูลโครงการและหลักฐานประกอบมาแสดง โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 เทศบาลเคยร่วมกับหน่วยงานปศุสัตว์จัดกิจกรรมให้บริการคุมกำเนิดสุนัขและแมว เพื่อควบคุมจำนวนสัตว์และลดปัญหาที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชน
สำหรับสุนัขที่ถูกจับไปกักพักในขณะนี้ นายกเทศมนตรีชี้แจงว่า เทศบาลมีแผนดำเนินการทำหมันในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 โดยจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของสุนัขมาติดต่อ ลงทะเบียน และแสดงความเป็นเจ้าของก่อนรับกลับไปเลี้ยง พร้อมขอความร่วมมือให้ใส่ปลอกคอและดูแลสัตว์เลี้ยงให้อยู่ในบริเวณบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก
ขณะที่การขอรับสุนัขไปดูแลโดยบุคคลหรือองค์กรภายนอก นายอามีรระบุว่า เทศบาลไม่ได้ปิดกั้นการรับสุนัขไปดูแล แต่ต้องประสานและดำเนินการให้ชัดเจนตามขั้นตอน โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเตรียมทำหมันและดูแลสุขภาพสัตว์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้รับไปดูแล และลดปัญหาความรับผิดชอบที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
ส่วนข้อเสนอให้ปล่อยสุนัขกลับคืนสู่ชุมชน นายกเทศมนตรีระบุว่า พร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยเสนอให้มีการลงพื้นที่รับฟังเสียงของครัวเรือนในเขตเทศบาล ซึ่งมีประมาณ 3,700 หลังคาเรือน เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าชุมชนยอมรับแนวทางดังกล่าวหรือไม่ พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน และต้องมีระบบดูแลสุนัขอย่างเหมาะสม
นายอามีรยังเปิดเผยแผนจัดทำคอกพักสุนัขเพิ่มเติม เพื่อรองรับสุนัขจรจัดในเขตเทศบาลตำบลรือเสาะโดยเฉพาะ โดยระบุว่าเทศบาลมีงบประมาณสำหรับโครงการสวัสดิภาพสัตว์ปีละประมาณ 50,000 บาท และสามารถพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมตามความเหมาะสม ทั้งนี้ การเพิ่มจำนวนสุนัขที่รับเข้ามาจะต้องสอดคล้องกับพื้นที่รองรับและปริมาณอาหาร เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดและสามารถดูแลสัตว์ได้อย่างทั่วถึง
นายกเทศมนตรีกล่าวยืนยันว่า การดำเนินการไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำร้ายหรือทอดทิ้งสัตว์ แต่ต้องการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมระบุว่าเทศบาลจะจัดหาอาหารและดูแลสุนัขที่อยู่ในความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง โดยจะนำความคิดเห็นของประชาชนที่ได้รับผลกระทบมาประกอบการกำหนดแนวทางในระยะต่อไป
ด้านตัวแทนองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์เดอะโฮปสงขลา ชี้แจงถึงกรณีที่มีข้อความเผยแพร่ในเพจว่าเทศบาลไม่อนุญาตให้เข้ารับสุนัขไปดูแลว่า ก่อนหน้านี้มีตัวแทนเข้าไปพูดคุยกับนายกเทศมนตรีจริง และมีความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างการหารือ โดยตัวแทนที่เข้าร่วมแถลงข่าวระบุว่า ตนเองและแฟนเดินทางมาเพื่อช่วยรับสุนัขที่ป่วย สุนัขชรา หรือสุนัขที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษไปช่วยเหลือ ไม่ได้มีเจตนาจะนำสุนัขทั้งหมดออกจากพื้นที่
ตัวแทนรายดังกล่าวยังระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือในลักษณะจิตอาสา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำสุนัขไปทำหมันเพื่อลดจำนวนประชากรในระยะยาว และยืนยันว่าการหารือกับเทศบาลมีรายละเอียดเกี่ยวกับการนัดหมายและขั้นตอนการรับสุนัข ซึ่งเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างการสื่อสารของผู้เกี่ยวข้อง
ขณะที่นายกเทศมนตรีชี้แจงว่า เทศบาลมีการนัดหมายเพื่อดำเนินการทำหมันในวันที่ 5 พฤศจิกายน จึงต้องการให้การรับสุนัขไปดูแลเป็นไปตามขั้นตอนที่ตกลงกันไว้ พร้อมย้ำว่าไม่ได้ปฏิเสธความช่วยเหลือจากภายนอก แต่ต้องการให้มีการประสานงานอย่างชัดเจนและตรวจสอบได้
ในส่วนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสุนัขจรจัด ได้มีการนำประสบการณ์ตรงมาเปิดเผยต่อที่ประชุม โดยนายอัฟฟาน แวมามุ เล่าว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ขณะขับรถจักรยานยนต์ไปโรงเรียนในจังหวัดยะลา มีสุนัขวิ่งออกมาจากใต้รถที่จอดข้างทาง ทำให้ชนเข้ากับรถจักรยานยนต์จนล้มและหมดสติ ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาล โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณลิ้นจนต้องเย็บประมาณ 20 เข็ม รวมถึงฟันหน้าได้รับความเสียหายและมีบาดแผลตามร่างกาย
ขณะที่ น.ส.นูรีซัน มะเซ็ง เล่าว่า เคยประสบอุบัติเหตุขณะขับรถจักรยานยนต์ไปส่งลูกที่โรงเรียน หลังสุนัขวิ่งเข้ามาชนรถจนล้มและหมดสติ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณกระดูก ต้องเข้ารับการผ่าตัดและรักษาอาการกระดูกหักและกระดูกร้าว โดยระบุว่าต้องการให้ปัญหาสุนัขจรจัดได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันกับประชาชนรายอื่นอีก
นอกจากนี้ ตัวแทนชุมชนยังสะท้อนปัญหาสุนัขจรจัดที่เพิ่มจำนวนขึ้น ทั้งการขับถ่ายในบริเวณโรงเรียน การสร้างความสกปรกในพื้นที่สาธารณะ และการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเห็นว่าการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งเทศบาล เจ้าของสัตว์เลี้ยง หน่วยงานปศุสัตว์ และภาคประชาชน
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังต้องติดตามทั้งในส่วนของการดำเนินการทำหมันตามกำหนด การจัดพื้นที่พักพิงให้เหมาะสม การเปิดโอกาสให้ผู้ประสงค์ช่วยเหลือสามารถรับสุนัขไปดูแลได้ตามขั้นตอน และการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้การจัดการสุนัขจรจัดในพื้นที่เทศบาลตำบลรือเสาะสามารถแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ละเลยหลักสวัสดิภาพสัตว์และความรับผิดชอบตามกฎหมายของทุกฝ่าย
นราธิวาส/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริ
