2 โจรใต้สวมไอ้โม่งหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าบุกยิง อดีต ผญบ.แหนบทองคำที่ปาดีเจ็บสาหัส เผยลูกชายอดีตเป็น อส.ถูกคนร้ายวางระเบิดแล้วยิงซ้ำเสียชีวิตพร้อมเพื่อน อส.ปี 61

2 โจรใต้สวมไอ้โม่งหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าบุกยิง อดีต ผญบ.แหนบทองคำที่ปาดีเจ็บสาหัส เผยลูกชายอดีตเป็น อส.ถูกคนร้ายวางระเบิดแล้วยิงซ้ำเสียชีวิตพร้อมเพื่อน อส.ปี 61


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 พ.ย.69 พ.ต.อ.ตัรมีซี เจ๊ะดี ผกก.สภ.สุไหงปาดี ร.ต.อ.ซุลกิพลี ต่วนมิหน้า รอง สว.สส.สภ.สุไหงปาดี เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางไปมัสยิดดารุลอิสลาส์ บ้านกูวา ม.5 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุ คนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิงนายดรอนิง มือลี อายุ 69 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านกูวา อยู่บ้านเลขที่ 19/2 ม.5 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณต้นคอและแผ่นหลังด้านซ้าย จำนวน 2 นัด โดยผู้ได้รับบาดเจ็บชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.ริโก๋ ได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี เมื่อแพทย์ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.35 น.ของคืนวันที่ 3 พ.ย. 69 ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นด้านขวามือของอิหม่ามหรือผู้นำละหมาด ที่อยู่ด้านหน้าสุดของห้องละหมาด เจ้าหน้าที่พบเก้าอี้พลาสติกสีขาว จำนวน 1 ตัว ผ้าปูละหมาด หรือ ซาญาดะห์ จำนวน 1 ผืน ซึ่งมีกองเลือดตกอยู่ และห่างจากผ้าปูละหมาด ประมาณ 1 ฟุต เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ จำนวน 2 ปลอก และที่บริเวณถนนด้านข้างของมัสยิด เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน อา.ก้า. ตกอยู่ จำนวน 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายดรอนิง ผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้เดินเท้าออกจากบ้านห่างมัสยิด ประมาณ 150 เมตร เพื่อไปร่วมประกอบพิธีละหมาดกับชาวบ้าน ประมาณ 30 คน โดยนายดรอนิงได้นั่งเก้าอี้ประกอบพิธีละหมาดจากอาการบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายเคยบุกยิงและลอบวางระเบิดหน้าบ้านพักมาแล้ว 3 ครั้ง เมื่อหลายปีก่อน และขณะนายดรอนิง กำลังนั่งละหมาดบนเก้าอี้อยู่นั้น ได้มีคนร้าย จำนวน 4 คน ขี่และซ้อนท้าย รถ จยย. 2 คัน มาจอดบนถนนด้านข้างของมัสยิด จากนั้นคนร้าย 2 คน ที่นั่งซ้อนท้ายของ รถ จยย.แต่ละคัน ซึ่งอำพรางตัวด้วยการสวมแมส หรือหน้ากากอนามัยสีดำอำพรางใบหน้า ทำทีเดินเข้าไปละหมาด โดยคนร้าย 2 คน ได้เดินตรงไปหานายดรอนิง 1 ใน 2 คนร้าย ได้ชักอาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม. ออกมาจ่อยิงใส่นายดรอนิงที่บริเวณต้นคอและแผ่นหลังด้านซ้าย จำนวน 2 นัด จนนายดรอนิงได้ตกจากเก้าอี้พลาสติกที่นั่งอยู่มานอนกองอยู่ที่พื้น ท่ามความชุนละมุนของชาวบ้านที่แตกตื่น แล้วคนร้ายอาศัยความชุนละมุนวิ่งหลบหนีออกจากมัสยิดมุ่งตรงไปที่ถนนด้านข้างของมัสยิด ที่คนร้าย 2 คน ได้ติดเครื่องยนต์ของรถ จยย.ไว้รอรับ และก่อนที่คนร้ายจะวิ่งไปซ้อนท้ายรถ จยย.หลบหนีไป 1 ใน 2 คนร้ายที่ติดเครื่องยนต์ของรถ จยย.รอเพื่อนที่ก่อเหตุ ได้ใช้อาวุธปืน อา.ก้า.ขึ้นฟ้า จำนวน 1 นัด เพื่อเบิกทางหลบหนีไป ซึ่งต่อมาชาวบ้านจึงได้ช่วยกันนำตัวนายดรอนิง ส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี และแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุดังกล่าว

จากการตรวจสอบประวัตินายดรอนิง อดีตผู้ใหญ่บ้านเคยได้รับรางวัลแหนบทองคำ เมื่อประมาณ 15 ปีก่อน และเคยถูกสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ดักซุ่มยิงมาแล้ว 2 ครั้ง และลอบวางระเบิดหน้าบ้านพักอีก 1 ครั้ง เพียงได้รับบาดเจ็บและรอดชีวิตมาได้ถึงปัจจุบัน จากที่เคยเป็นสายข่าวให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง และเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 61 อส.อ.มูฮัมหมัดฮาฟีซี อดีต อส.อ.สุไหงปาดี ซึ่งเป็นบุตรชาย ได้ถูกสมาชิกของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบวางระเบิดแล้วยิงซ้ำ ขณะขี่รถ จยย.กับเพื่อน อส.ในพื้นที่เขตรอยต่อบ้านโต๊ะเด็งกับบ้านโผลง ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี ทำให้บุตรชายและเพื่อน อส.เสียชีวิต  ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือการกระทำของสมาชิกแนวร่วมกลุ่มผู้ไม่หวังดี เนื่องจากเกรงว่าในปัจจุบัน นายดรอนิง ยังแฝงตัวเป็นสายข่าวให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงแบบลับๆอยู่อีก

นราธิวาส/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริ