กอ.รมน.ภาค 4 สน. ร่วมกับ ฉก.นราธิวาส อาลัย อส.ทพ.ซุกรันด์ ลาเต๊ะ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยประชาชน
พร้อมลงพื้นที่เร่งรวบรวมหลักฐานติดตามผู้ก่อเหตุ

28 กันยายน 2569 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระแงะ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน หลังเกิดเหตุกลุ่มผู้ไม่หวังดีลอบยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 เสียชีวิต 1 นาย ขณะปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและมอบเงินเยียวยาเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.22 น. ของคืนวันที่ 27 กันยายน 2569 ขณะที่ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กองร้อยทหารพรานที่ 4515 กำลังพล 8 นาย นำโดย ส.อ.ศุภชัย รักษาสัตย์ ออกปฏิบัติภารกิจเดินเท้าลาดตระเวนเพื่อกดดันและพิสูจน์ทราบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่หมู่บ้านกูจิงลือปะ หมู่ 4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ และเขตรอยต่อ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นสวนยางพาราสภาพรกทึบ กำลังพลเตรียมการตั้งจุดพักเพื่อรอการลาดตระเวนต่อ ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ส่งผลให้ อส.ทพ.ซุกรันด์ ลาเต๊ะ อายุ 32 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณหน้าอกใต้ราวนมได้รับบาดเจ็บสาหัส กำลังพลได้เข้าทำการปฐมพยาบาลและรีบนำส่งโรงพยาบาลระแงะอย่างเร่งด่วน แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ต่อมาในช่วงเช้าของวันที่ 28 กันยายน 2569 พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภชัช ณ พัทลุง ผกก.สภ.ระแงะ, พ.อ.วิทยา สาริยา ผบ.ฉก.ทพ.45, เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD), เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และชุดสุนัขทหาร ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยตรวจพบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 1 ปลอก ตกอยู่บริเวณเนินดินฝั่งตรงข้ามห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพและเก็บรวบรวมไว้เป็นวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเร่งสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ในเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังกูโบร์บ้านจือแร หมู่ 4 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เพื่อร่วมพิธีฝังศพตามหลักศาสนาอิสลาม แสดงความอาลัยและรำลึกถึงความเสียสละของ อส.ทพ.ซุกรันด์ ลาเต๊ะ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นแก่ครอบครัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยมีข้าราชการ ญาติมิตร และประชาชนในพื้นที่เดินทางมาร่วมส่งดวงวิญญาณเป็นจำนวนมาก
กองกำลังความมั่นคงในพื้นที่ยืนยันจะเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่พื้นที่อย่างยั่งยืน
