กรมชลประทาน จัดประชุมปัจฉิมนิเทศ สรุปผลศึกษาปรับปรุง “โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าพระยา” เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำภาคกลาง มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

กรมชลประทาน จัดประชุมปัจฉิมนิเทศ สรุปผลศึกษาปรับปรุง “โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าพระยา”

เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำภาคกลาง มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

 

​วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมพระครูวินัยคุณากร ชั้น 2 อาคารศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สำนักงานชลประทานที่ 12 อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท กรมชลประทาน จัดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท โดยได้รับเกียรติจาก นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานเปิดการประชุม และนายเถลิงกิตติ์ สุวรรณชาติ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าพระยา เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งมีนายขจร ใบพลูทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมสำรวจ กรมชลประทานเป็นผู้แทนกรมชลประทาน หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา สภาเกษตรกร กลุ่มองค์กรผู้ใช้น้ำ และประชาชนในพื้นที่เขตชลประทานที่ 10, 11 และ 12 เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อรับฟังการสรุปผลการศึกษา แผนงานปรับปรุงโครงการ แนวทางการบริหารจัดการน้ำ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสำหรับนำไปปรับปรุงผลศึกษาให้มีความสมบูรณ์ สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

เขื่อนเจ้าพระยาถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลางและเป็นโครงสร้างหลักของ “โครงการเจ้าพระยาใหญ่” ก่อสร้างและเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 มีศักยภาพส่งน้ำชลประทานครอบคลุมพื้นที่กว่า 7.5 ล้านไร่ ผ่านคลองส่งน้ำสายหลัก 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำน้อย, แม่น้ำท่าจีน, คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง, คลองชัยนาท-ป่าสัก และคลองชัยนาท-อยุธยา เพื่อสนับสนุนด้านการเกษตร การอุปโภคบริโภค การผลิตน้ำประปา การรักษาระบบนิเวศ การผลักดันน้ำเค็ม ตลอดจนการบรรเทาอุทกภัยและการผลิตกระแสไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 69 ปี ส่งผลให้อาคารชลประทานเสื่อมสภาพตามกาลเวลา กรมชลประทานจึงได้ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2568 ถึง 29 สิงหาคม 2569 รวมระยะเวลา 540 วัน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการส่งน้ำและแก้ปัญหาภัยแล้ง-อุทกภัยอย่างเป็นระบบ

สำหรับการปรับปรุงโครงการฯ กรมชลประทานได้กำหนดแผนงานครอบคลุม 9 ด้านหลัก ได้แก่ การปรับปรุงอาคารประกอบหัวงาน โครงสร้างคอนกรีต ประตูบานโค้ง อาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉิน โรงไฟฟ้า และระบบป้องกันขยะ, การปรับปรุงตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา 31 แห่ง ระยะทาง 51 กิโลเมตร ตั้งแต่นครสวรรค์ถึงสิงห์บุรี, การปรับปรุงอาคารสำนักงานและศูนย์เรียนรู้, การพัฒนาพื้นที่ชลประทานใหม่ 2 แห่ง รวม 21,603 ไร่, การบรรเทาภัยแล้งโดยกำหนดระดับน้ำเหนือเขื่อนให้อยู่ในช่วง +30 ถึง +50 เมตร (รทก.), การบรรเทาอุทกภัยด้วยการขุดลอกแม่น้ำน้อยและแม่น้ำท่าจีน ก่อสร้างประตูรับน้ำหลาก 7 แห่ง และเตรียมสถานีสูบน้ำชั่วคราว 9 แห่ง, การบริหารจัดการน้ำเค็ม, การพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรผู้ใช้น้ำ 26 กลุ่ม และการถ่ายทอดองค์ความรู้พัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับเทคโนโลยีในอนาคต

นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า เขื่อนเจ้าพระยาเป็นแหล่งน้ำสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการอุปโภคบริโภค การที่กรมชลประทานดำเนินการศึกษาแนวทางปรับปรุงโครงการในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องน่ายินดี ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งระบบ ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำในอนาคต

ขณะที่ นายเถลิงกิตติ์ สุวรรณชาติ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าพระยา ระบุว่า ผลการดำเนินงานศึกษาใกล้แล้วเสร็จสมบูรณ์ตามสัญญาในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งผลการศึกษาจะครอบคลุมการแก้ปัญหาทั้งมวล ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเค็ม พร้อมรองรับแผนหลักของรัฐบาล  โดยกรมชลประทานจะให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกขั้นตอน เพื่อให้การยกระดับโครงสร้างน้ำครั้งนี้สร้างประโยชน์สูงสุดและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

You May Have Missed!

1 Minute
ข่าวประชาสัมพันธ์
กรมชลประทาน จัดประชุมปัจฉิมนิเทศ สรุปผลศึกษาปรับปรุง “โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าพระยา” เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำภาคกลาง มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
“ทำบุญ 1 ได้ถึง 2 ชีวิต” 2 สมาคมสื่อ เชิญคณะกรรมการ ที่ปรึกษา และสมาชิก ร่วมทำบุญไถ่ชีวิตโคท้องแก่ มอบแก่สมาคมประชาคมคนตาบอดไทย
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
“ศุภจี สุธรรมพันธ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุพระมหิเถระ ประดิษฐานบนบุษบก ณ ประเทศศรีลังกา และวัดป่ารัตนวัน จ.นครราชสีมา
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
“สุรสีห์ เลิศวังพง” กราบลาอุปสมบททดแทนคุณบิดามารดา สู่ร่มกาสาวพัสตร์ ญาติมิตรและผู้มีเกียรติร่วมอนุโมทนาบุญ