THPCA จัดประชุมวิชาการ “Advanced Reliability Testing” ชี้ Reliability คือหัวใจสำคัญของยุค AI และกุญแจผลักดันไทยสู่ฐานการผลิต AI Hardware ของอาเซียน

THPCA จัดประชุมวิชาการ “Advanced Reliability Testing”
ชี้ Reliability คือหัวใจสำคัญของยุค AI และกุญแจผลักดันไทยสู่ฐานการผลิต AI Hardware ของอาเซียน

สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (Thailand Printed Circuit Association: THPCA) จัดการประชุมวิชาการนานาชาติในหัวข้อ “Advanced Reliability Testing (HALT/HASS)” เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการทดสอบความน่าเชื่อถือของระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูล AI รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงระบบอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

งานประชุมดังกล่าวรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกร และนักวิจัยจากองค์กรชั้นนำของโลก เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานการทดสอบความน่าเชื่อถือ (Reliability Testing) รวมถึงแนวโน้มเทคโนโลยีที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต ตั้งแต่มาตรฐานการทดสอบระดับโลก การจำลองการทำงานของระบบผ่าน Simulation การทดสอบ HALT/HASS ในภาคการผลิตจริง ไปจนถึงแนวทางเชื่อมโยงการทดสอบในห้องทดลองกับการใช้งานจริงในโรงงานอุตสาหกรรม

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทใหม่ของประเทศไทยในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วจากการเติบโตของเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI), Cloud Infrastructure และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยประเทศไทยกำลังถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางการผลิต Printed Circuit Board (PCB) ของภูมิภาค ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบ AI Hardware

นายเสวก ประกิจฤทธานนท์ อุปนายกและเลขานุการสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (Thailand Prined Circuit Asia: THPCA) และประธาน บริษัท ออโรเม็กซ์ จำกัด (Auromex) กล่าวว่า การเติบโตของเทคโนโลยี AI และ Cloud Infrastructure ทำให้ความต้องการฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่ม AI Server และ Data Center ซึ่งทุกระบบล้วนมีแผ่นวงจร PCB เป็นแกนกลางสำคัญของการทำงาน

อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนแนวคิดจากการตรวจสอบคุณภาพแบบดั้งเดิม ไปสู่แนวคิด “Build Reliability into Quality” ซึ่งเน้นการออกแบบความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการผสานองค์ความรู้ด้านวัสดุ การออกแบบ และกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานและนักลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

ด้าน นายเดวิด เบิร์กแมน (Mr. David Bergman) รองประธานฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สถาบันอิเล็กทรอนิกส์สากล สหรัฐอเมริกา (Global Electronics Association) กล่าวว่า ความล้มเหลวของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล โดยเฉพาะในยุคของ AI Infrastructure ที่ระบบประมวลผลใช้พลังงานสูงขึ้นอย่างมาก เช่น GPU สำหรับ AI ที่อาจใช้พลังงานถึง 1,000 วัตต์ต่อชิป และสูงกว่านั้นในระบบเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่

ดังนั้น การทดสอบความน่าเชื่อถือในยุคปัจจุบันจึงต้องมุ่งเน้นการค้นหาขีดจำกัดของความล้มเหลวของระบบ มากกว่าการตรวจสอบเพียงว่าผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐานพื้นฐานหรือไม่

ในด้านเทคโนโลยีการออกแบบ นางสาวเจตสุภา  โปรานานนท์ Technical Director จาก CADFEM (Thailand) กล่าวว่า Engineering Simulation กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ โดยสามารถจำลองพฤติกรรมของระบบ เช่น ความร้อน การสั่นสะเทือน และความเค้นของวัสดุได้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ทำให้วิศวกรสามารถค้นหาจุดอ่อนของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทาง ลดความเสี่ยงในการพัฒนาและลดต้นทุนการสร้างต้นแบบจริง

ในภาคการผลิต นางสาวสรัญญา ญาติเสมอ Sr. Manager, Global Quality and Reliability และนายณัฐวุฒิ ร่วมสุข Lead Reliability Test Engineer จาก Celestica (Thailand) ระบุว่า ความท้าทายของอุตสาหกรรมในยุค AI ไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ แต่คือการทำให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เกิดความล้มเหลว

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ HALT (Highly Accelerated Life Test) ซึ่งเป็นการทดสอบที่สร้างสภาวะความเครียดสูงกว่าการใช้งานจริง เพื่อค้นหาจุดอ่อนของผลิตภัณฑ์ก่อนออกสู่ตลาด

ขณะที่ นางสาว ลาญา เชง (Ms. Laya Chen) ผู้จัดการทั่วไป จาก Reliability Assessment Solutions กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรม PCB ในปัจจุบันคือ “ความล้มเหลวที่มองไม่เห็น” หรือ Hidden Failure ซึ่งอาจไม่ปรากฏในขั้นตอนการทดสอบพื้นฐาน แต่เกิดขึ้นเมื่อใช้งานจริงในระบบที่ต้องทำงานต่อเนื่อง เช่น Data Center

เทคโนโลยี HATS² (Highly Accelerated Thermal Shock) จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเร่งการทดสอบความทนทานของ PCB ให้รวดเร็วขึ้น ทำให้ผู้ผลิตสามารถเก็บข้อมูล Reliability ได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ แทนที่จะต้องใช้เวลาหลายเดือนเหมือนในอดีต

นอกจากนี้ นายพิมเสน รัตน์ประสาทพร Principle Supplier Process Engineer จาก Dell Technologies กล่าวว่า มาตรฐานการทดสอบความน่าเชื่อถือจำนวนมากถูกพัฒนาขึ้นเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ซึ่งอาจไม่สะท้อนภาระการทำงานของระบบ AI ในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อประเด็นเรื่องความร้อนกำลังกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญของฮาร์ดแวร์ AI

ดร.วุฒินันท์ เจียมศักดิ์ศิริ นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) กล่าวว่า ความน่าเชื่อถือของระบบอิเล็กทรอนิกส์กำลังกลายเป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ หรือโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งล้วนต้องพึ่งพาระบบอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาล

ด้าน ดร.อรุณฉัตร ฉัตรชัยการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Percevals ระบุว่า แม้ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยต้องการเป็นเพียงฐานการผลิต หรือจะก้าวไปเป็นผู้ร่วมสร้างเทคโนโลยีของโลก โดยการพัฒนาองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรม

ในมุมของอุตสาหกรรมการผลิต นายปฤณวัชร ปานสิงห์ ผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การนำ AI มาใช้ในโรงงานจำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างโครงสร้างข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะ AI จะมีประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อองค์กรมีข้อมูลที่มีคุณภาพให้ระบบเรียนรู้

ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า เวทีความรู้เชิงวิชาการลักษณะนี้ และงานอุตสาหกรรมระดับภูมิภาคอย่าง Thailand Electronics Circuit Asia (THECA) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 สิงหาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม นักวิจัย และนักลงทุนจากทั่วโลก เพื่อผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม PCB และ AI Hardware ในภูมิภาคเอเชีย

ในยุคที่เทคโนโลยี AI รถยนต์ไฟฟ้า และระบบอัจฉริยะกำลังเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการพัฒนา ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง จึงไม่ใช่เพียงเรื่องทางวิศวกรรม แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ รายงานสรุปการบรรยายสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1FQxHg5Yx6mU9hCsD0aGKz7_J3h1LGstP