กรมชลประทานลงพื้นที่กำแพงเพชร ติดตามความก้าวหน้าและการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2
งานจ้าง สำรวจ ออกแบบโครงการอ่างเก็บน้ำคลองขลุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

กรมชลประทาน จัดการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 (จำนวน 2 เวที) งานจ้างสำรวจ ออกแบบโครงการอ่างเก็บน้ำคลองขลุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดกำแพงเพชร (ระบบส่งน้ำ) พร้อมนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการ เพื่อรับทราบสภาพพื้นที่จริงและความก้าวหน้าการดำเนินงาน โดยจัดเวทีที่ 1 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน และเวทีที่ 2 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามบริเวณสะพานขาว ปางศิลาทอง–คลองลาน โดยมีนายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ผู้แทนกรมชลประทาน เป็นผู้นำคณะติดตามโครงการ

การดำเนินโครงการดังกล่าวสืบเนื่องจากพื้นที่อำเภอคลองลานและอำเภอปางศิลาทองประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ภัยแล้ง และอุทกภัยเป็นประจำ ในปี พ.ศ. 2536 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้อธิบดีกรมชลประทานวางโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำคลองขลุง โดยอ่างเก็บน้ำคลองขลุงเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญเพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและพื้นที่ใกล้เคียง ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 ได้มีการคัดเลือกโครงการเพื่อศึกษาเตรียมความพร้อม และในปี พ.ศ. 2562 ได้ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมการผู้ชำนาญการด้านโครงการพัฒนาแหล่งน้ำได้มีมติให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2566

ปัจจุบันกรมชลประทานอยู่ระหว่างดำเนินงานจ้างสำรวจและออกแบบโครงการอ่างเก็บน้ำคลองขลุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดกำแพงเพชร (ระบบส่งน้ำ) ในช่วงปี พ.ศ. 2568–2569 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 โดยโครงการตั้งอยู่หมู่ที่ 8 บ้านแปลงสี่แม่พืช ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 14.276 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรในตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน และตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง รวม 13 หมู่บ้าน พื้นที่รับประโยชน์กว่า 33,109 ไร่

สำหรับการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของผลการออกแบบรายละเอียดโครงการตามข้อเสนอแนะจากการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ได้รับทราบ พร้อมเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน สภาเกษตรกร และประชาชน ร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวลต่าง ๆ เพื่อนำไปปรับปรุงแบบร่างให้เหมาะสมทั้งด้านวิศวกรรมและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เพื่อให้โครงการสามารถจัดหาแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร การอุปโภคบริโภค บรรเทาความเสียหายจากอุทกภัย และเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้กับพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

กรมชลประทานย้ำว่า ความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วนจะเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนาโครงการ เพื่อให้สามารถจัดหาแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร การอุปโภคบริโภค บรรเทาปัญหาอุทกภัย และช่วยรักษาระบบนิเวศได้อย่างยั่งยืน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่ในระยะยาว

