กรมชลประทาน เดินหน้าอ่างเก็บน้ำบ้านปากช่อง เติมน้ำต้นทุน 20 ล้าน ลบ.ม. แก้ภัยแล้งให้เกษตรกร อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ 20,000 ไร่

กรมชลประทาน เดินหน้าอ่างเก็บน้ำบ้านปากช่อง เติมน้ำต้นทุน 20 ล้าน ลบ.ม.

แก้ภัยแล้งให้เกษตรกร อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ 20,000 ไร่


นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำบ้านปากช่อง จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยนางดรรชณี เฉยเพ็ชร ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน ส่วนราชการ ภาคเอกชน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมในครั้งนี้กว่า 120 ท่าน เพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นต่อสรุปผลการศึกษาของโครงการ ผลการประเมินผลกระทบ ร่างมาตรการป้องกัน แก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับนำไปปรับปรุงสรุปผลการศึกษาให้มีความสมบูรณ์และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนต่อไป

นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์มีแม่น้ำป่าสักเป็นสายหลักไฟลผ่าน ส่วนราชการและกรมชลประทานได้ร่วมกันหาแนวทางช่วยน้ำแล้งและน้ำท่วมตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชทานพระราชดำริ ให้มีอ่างเก็บน้ำในตอนบนของลุ่มน้ำป่าสักเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและปัญหาภัยแล้ง การเกษตรและอุปโภคบริโภค

“ฝากกรมชลประทานให้เร่งดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและออกแบบรายละเอียด เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยอ่างเก็บน้ำบ้านปากช่อง ความจุ 20 ล้าน ลบ.ม. สามารถช่วยพื้นที่ท้ายอ่างฯ บ้านปากช่อง 16,200 ไร่ และพื้นที่ชลประทานของอ่างฯ ห้วยขอนแก่น 3,800 ไร่ ถือเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญ ทั้งทางด้านการเกษตร เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลา และแหล่งพักผ่อนหย่อนใจในอนาคต กรมชลประทานถือเป็นหน่วยงานหลักที่สำคัญในการช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำ มองถึงประโยชน์ของประชาขน ในการแก้ไขน้ำท่วมน้ำแล้ง รักษาระบบนิเวศ การประชุมปัจฉิมนิเทศในวันนี้เปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ได้มาพบปะพูดคุยในเรื่องสรุปผลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน ขอให้ผู้เข้าร่วมได้ให้ข้อเสนอแนะข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเกิดประสิทธิภาพต่อไป” นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าว

นายยุพราช เขียวประดิษฐ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบูรณ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. 2559 ประชาชนในพื้นที่ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก ได้ร้องขอให้กรมชลประทานช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค การเกษตร และอุทกภัยในพื้นที่และได้ลงสำรวจสภาพภูมิประเทศในเบื้องต้น พบว่า การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางปิดกั้นห้วยน้ำดุกในเขตบ้านปากช่องมีความเหมาะสม แต่เนื่องจากพื้นที่อ่างเก็บน้ำบ้านปากช่องบางส่วนอยู่ในเขตพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 จึงเข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2567-2569 กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำบ้านปากช่อง สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาขออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อก่อสร้างโครงการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้

นายเจษฎา โทศิริกุล ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 10 กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านปากช่อง ตั้งอยู่ในเขตหมู่ที่ 10 บ้านปากช่อง ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว มีความกว้างสันเขื่อน 10 ม. สูง 65 ม. ยาว 271 ม. สามารถกักเก็บน้ำได้ 20 ล้าน ลบ.ม. ส่งน้ำโดยแรงโน้มถ่วงผ่านระบบท่อ HDPE และ ท่อ PVC ความยาวท่อส่งน้ำรวม 66 กม. ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก 20,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ชลประทานเปิดใหม่ 16,200 ไร่ เสริมน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานเดิมอ่างห้วยขอนแก่นตอนท้ายอีก 3,800 ไร่ แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ช่วยบรรเทาอุทกภัย เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ แหล่งท่องเที่ยวชุมชน ช่วยรักษาสมดุลนิเวศรอบอ่างและตลอดลำน้ำ รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมการใช้น้ำด้านอื่น ๆ ของประชาชนใฝตำบลปากช่อง และ ตำบลปากดุก ตำบลบ้านหวาย อำเภอหล่มสัก รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง