ศูนย์ผลิตชีวภัณฑ์ “โครงการทหารพันธุ์ดี กองพลทหารราบที่ 7” เพื่อพี่น้องประชาชน 

ศูนย์ผลิตชีวภัณฑ์ “โครงการทหารพันธุ์ดี กองพลทหารราบที่ 7” เพื่อพี่น้องประชาชน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้หน่วยทหารที่จัดตั้งโครงการพระราชดำริ โครงการทหารพันธุ์ดี ผลิตสารชีวภัณฑ์ใช้เอง ภาคละ 1 แห่ง ในการนี้ กองทัพภาคที่ 3 โดย กองพลทหารราบที่ 7 จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงได้ดำเนินการโครงการผลิตสารชีวภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา นั้น

สำหรับ “ชีวภัณฑ์” คือสารชีวภาพที่ใช้ในการเกษตร เช่น จุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุ ป้องกันศัตรูพืช หรือเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดิน เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม และลดการใช้สารเคมี โดยมีประโยชน์ ดังนี้ 1) ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน 2) ปลอดภัยต่อผู้บริโภค 3) ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และ 4) สร้างความมั่นคงทางอาหาร ทั้งนี้ โครงการผลิตสารชีวภัณฑ์ “โครงการทหารพันธุ์ดี กองพลทหารราบที่ 7” ประสบความสำเร็จในการผลิตชีวภัณฑ์ เพื่อใช้ในโครงการทหารพันธุ์ดี จึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ผลิตชีวภัณฑ์ โครงการทหารพันธุ์ดี กองพลทหารราบที่ 7” ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ ให้หน่วยงานอื่นๆ ได้เข้ามาศึกษาและต่อยอด รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ความมั่งคงของชุมชน และความมั่นคงของชาติต่อไป ซึ่งโครงการฯ สามารถประสบความสำเร็จในการผลิตชีวภัณฑ์ ดังนี้

1. บิวเวอเรีย (BCC 2660) รากำจัดแมลงศัตรูพืช “บิวเวอเรีย บาเซียนา” เป็นราเขียวที่สามารถโจมตีแมลงได้หลายชนิด โดยเฉพาะแมลงศัตรูพืชประเภท หนอนผีเสื้อและ หนอนด้วง ลดจำนวนแมลงศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อผู้ผลิต และผู้บริโภค ไม่มีสารพิษตกค้างในผลผลิต เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ ไม่ก่อให้เกิดการดื้อยาของแมลงในระยะยาว

2. เมตาไรเซียม (BCC 4849) “ราเขียว” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ราเมตาไรเซียม” เป็นราแมลงสายพันธุ์หนึ่งที่นำมาใช้ในทางเกษตรอย่างแพร่หลาย เช่นเดียวกับ ราบิวเวอเรีย บาเซียนา สามารถเข้าทำลายแมลง ได้หลายชนิด เหมาะกับการควบคุมแมลงประเภท “ปากดูด” เช่น เพลี้ย และแมลงปากแข็งอื่นๆ

3. ไตรโคเดอร์มา (TBRC 4734) เป็นสายพันธุ์ที่คัดเลือกโดยทีมนักวิจัย เทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ จากศูนย์พันธุวิศวกรรม และเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกัน และควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคพืชหลายชนิด เช่น โรครากเน่าโคนเน่า, ใบไหม้ใบจุด และแอนแทรคโนส กลไกการทำงาน บริโภคเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคพืชเป็นอาหาร แข่งขันแย่งพื้นที่และสร้างสารปฏิชีวนะเพื่อยับยั้งการเจริญของเชื้อโรค และกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชด้วยการผลิตฮอร์โมนออกซิน

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมที่จะสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ทางทหาร รวมทั้งบูรณาการศักยภาพทางการทหารในทุกๆ ด้านของกองทัพบก เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตลอดไป

 

ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าว

You May Have Missed!

1 Minute
ข่าวประชาสัมพันธ์
SALZ รีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 40 ปี เปิดตัวแคมเปญ “SALZ พร้อมบวก” ดึง “ก้อย–อรัชพร” เสริมทัพ “หนุ่ม–กรรชัย” ขยายฐานคนรุ่นใหม่
1 Minute
ข่าวประชาสัมพันธ์
MSIG เผยผลประกอบการปี 2568 เติบโต 15.7% ท่ามกลางความท้าทายจากภัยธรรมชาติ พร้อมตั้งเป้าปี 2569 เดินหน้าเติบโตกว่า 10%  ตอกย้ำครองแชมป์ประกันภัยการเดินทางอันดับ 1 และเพื่อตอบแทนและขอบคุณลูกค้าประกันภัยการเดินทาง บริษัทฯ เตรียมจัดงาน “MSIG Fan Fest 2026”
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
นักวิจัย มจธ. แนะเคล็ดลับ “ประหยัดพลังงานฉบับประชาชน” ทางรอดสู้วิกฤตพลังงานแพง
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
อบจ.พิษณุโลก ส่งเจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลใช้ผลิตน้ำประปาหมู่บ้านให้ประชาชนใน ต.แก่งโสภา อ.วังทอง