ผบก.ภ.จ.น่าน นำกำลังตำรวจบุกตรวจสอบท่าทราย

ผบก.ภ.จ.น่าน นำกำลังตำรวจบุกตรวจสอบท่าทราย

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2566 เวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผบก.ภ.จ.น่าน นำกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษภูธรจังหวัดน่าน (น่านทราช) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเชียงกลาง ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบท่าทรายตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นของ นักการเมืองท้องถิ่นตำบลเชียงคานพระพุทธบาท อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน โดยได้แสดงใบอนุญาตแบบ ป.15 ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ชื่อโรงงาน ท่าทรายชนาภิมุข ขออนุญาตประกอบกิจการ ร่อนหรือคัดกรวดหรือทราย แต่เมื่อสอบถามถึงใบอนุญาตดูดทราย หรือขุดดิน นักการเมืองท้องถิ่นอ้างว่าทำการขุดความลึกไม่เกิน 3 เมตร ส่วนการลุกล้ำลำน้ำน่านหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะพิสูจน์ความลึกจากหลุมที่ขุดเพราะบางหลุมมีน้ำท่วมขัง รวมทั้งไม่มีเครื่องมือทำการรังวัดที่ดินจึงทำการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูล เพื่อดำเนินการแจ้งให้ที่ดินจังหวัดน่านเข้าทำการตรวจสอบรังวัด เพื่อดูว่ามีการลุกล้ำลำน้ำหรือไม่ รวมทั้งความลึกที่ขุดว่าลึกเท่าใด รวมทั้งที่มาของกรวด หิน ทราย ที่นำมาคัดแยกมีแหล่งที่มาจากลำน้ำน่าน หรือเป็นการขุดจากที่ดิน และหากจากการขุด มีปริมาตน์สอดคล้องกันหรือไม่ หากพบมีการกระทำผิดกฎหมายจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ต่อเจ้าของกิจการ ต่อไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจมีคำสั่งปิดกิจการเป็นการชั่วคราวไปก่อนจนกว่ากระบวนตรวจสอบจากที่ดินจังหวัดน่านจะเสร็จสิ้นและแล้วเสร็จ จากการลงพื้นที่วันนี้พบว่า เครื่องจักรกลหนังเป็นรถแม็คโคร 2 คัน รถไถ และรถสิบล้อ มีการเคลื่อนย้ายออกไปจากพื้นที่ ไปทราบว่าไปไหน

 

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น

You May Have Missed!

0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
ทหารพร้อมฝ่ายความมั่นคงตรวจยึดยาบ้าประมาณ 600,000 เม็ด
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
เมื่อ “วินัยทางการเงิน” ของคุณ กำหนดดอกเบี้ยได้จริง ทีทีบี ชวนปั้น “คะแนนเครดิต” ช่วยคนผ่อนดี ขอกู้ได้ดอกเบี้ยถูกลง
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ปล่อย มินิซีรีส์ 5 ตอน ถ่ายทอดเรื่องจริงของผู้รับทุนการศึกษา ตอกย้ำแนวคิด “เพราะได้รับ จึงพร้อมส่งต่อ”
1 Minute
ข่าวประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาล
‘ศิริราช-ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก’ ร่วมจัดโครงการ “93 ดวงตา 93 ข้อเทียม รวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล น้อมถวายพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”