สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้ประทานไฟพระฤกษ์ ให้เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดนำไปจุดเทียนมงคลจัดพิธีสวดมนต์ข้ามปี เพื่อความเป็นสิริมงคล

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้ประทานไฟพระฤกษ์ ให้เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัด

นำไปจุดเทียนมงคลจัดพิธีสวดมนต์ข้ามปี เพื่อความเป็นสิริมงคล

 

วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00 น. นายราเมศ ลิ่มสกุล วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก พร้อมด้วยบุคลากรสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครนายก ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายก ได้อัญเชิญไฟพระฤกษ์ประทานของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ไปถวายแด่เจ้าคณะจังหวัดนครนายก โดยมี พระครูปริยัติโพธิสุนทร เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดนครนายก เป็นตัวแทนรับถวาย ณ พระอุโบสถ วัดอุดมธานี พระอารามหลวง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก เพื่อจุดเทียนมงคลในพิธีสวดมนต์ข้ามปี เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ ความรุ่งโรจน์ ความสำเร็จ ความสามัคคี อันเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมพิธี และเป็นสิริมงคลยิ่งของการเข้าสู่ศักราชใหม่ โดยให้เจ้าคณะจังหวัดแจ้งพระสังฆาธิการในเขตปกครองมาต่อไฟพระฤกษ์ประทานดังกล่าว เพื่อจุดในพิธีสวดมนต์ข้ามปีของแต่ละวัดนั้น โดยให้แต่ละวัดได้จัดเตรียมโคมไฟน้ำมันมีกระจกกันลม ให้สมควรแก่พระเกียรติสำหรับต่อไฟพระฤกษ์ประทาน ในวันที่ 30 ธันวาคม 2564 เวลา 14.00 น. ณ วัดอุดมธานี พระอารามหลวง ทั้งนี้ ให้ปฎิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี และประกาศจังหวัดนครนายก ฉบับที่ 57/2564 กรณีเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ อย่างเคร่งครัด

สมบัติ เนินใหม่//รัชชานนท์ เนินใหม่// ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

You May Have Missed!

0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ได้รับรางวัลที่ 1 ระดับประเทศ รางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
ร้อยเอ็ด ประชุมขับเคลื่อนงานสถิติและข้อมูลสารสนเทศ มุ่งยกระดับการบริหารงานภาครัฐ
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
นวัตกรรมใหม่เตรียมพลิกโฉมการจัดการวัชพืชในนาข้าว สู่การผลิตข้าวอย่างยั่งยืน
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
ผู้ว่าฯ เอกวิทย์ ร่วมส่งมอบ “บ้านห่วงใยจากใจ GLO” ให้ครอบครัวนายยาซิม อำเภอหนองเสือ เติมความมั่นคง ความปลอดภัย และพลังเครือข่ายในการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน