ปิดโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระบบสมัครใจรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพยาเสพติดคืนคนดีสู่สังคม

ปิดโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระบบสมัครใจรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพยาเสพติดคืนคนดีสู่สังคม

 


เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 เวลา 11.00 น. ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดศรีสะเกษ ที่ 2 อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ ได้เป็นประธานปิดโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระบบสมัครใจรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพยาเสพติด “ศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจังหวัดศรีสะเกษ” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดยมีนายสุรศิษฐ์ อินทกรอุดม ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัด แรงงานจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ประกันสังคมจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดศรีสะเกษ/ผู้แทน ผู้แทนนายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ผู้แทนนายอำเภอขุนหาญ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีปิดเป็นจำนวนมาก ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษดำเนินการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระสำคัญของจังหวัด(10Agenda Sisaket) โดยการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดควบคู่กับการการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามยุทธการ 238 พิทักษ์นครลำดวน โดยกำหนดดำเนินงานโครงการฯ รุ่นที่ 1/2565 ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2564 และการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อเป็นการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดควบคู่กับการการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และเพื่อให้จังหวัดศรีสะเกษปลอดจากผู้เสพยาเสพติดคืนคนดีสู่สังคมต่อไป

ข่าว/ภาพ … บุญทัน ธุศรีวรรณ ศรีสะเกษ

You May Have Missed!

0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
ทหารพร้อมฝ่ายความมั่นคงตรวจยึดยาบ้าประมาณ 600,000 เม็ด
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
เมื่อ “วินัยทางการเงิน” ของคุณ กำหนดดอกเบี้ยได้จริง ทีทีบี ชวนปั้น “คะแนนเครดิต” ช่วยคนผ่อนดี ขอกู้ได้ดอกเบี้ยถูกลง
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ปล่อย มินิซีรีส์ 5 ตอน ถ่ายทอดเรื่องจริงของผู้รับทุนการศึกษา ตอกย้ำแนวคิด “เพราะได้รับ จึงพร้อมส่งต่อ”
1 Minute
ข่าวประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาล
‘ศิริราช-ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก’ ร่วมจัดโครงการ “93 ดวงตา 93 ข้อเทียม รวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล น้อมถวายพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”