DSI จับกุมผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ข้ามชาติ กรณีหลอกลวงแรงงานชาวกัมพูชา ไปบังคับใช้แรงงานบนเรือประมงในน่านน้ำสหพันธรัฐมาเลเซีย

DSI จับกุมผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ข้ามชาติ กรณีหลอกลวงแรงงานชาวกัมพูชา ไปบังคับใช้แรงงานบนเรือประมงในน่านน้ำสหพันธรัฐมาเลเซีย

 

 

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้ความสำคัญต่อการป้องกันและปราบปรามปัญหาการค้ามนุษย์ซึ่งเป็นปัญหาที่นานาชาติให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพ และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ อีกทั้งสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างสังคมและระบบเศรษฐกิจอย่างยิ่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ดำเนินการปราบปรามปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งมีประเทศไทยหรือคนสัญชาติไทยเกี่ยวข้อง นั้น

เมื่อวันศุกร์ที่ 30 เมษายน 2564 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ภายใต้การอำนวยการของ พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ,พันตำรวจโท สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ,พันตำรวจตรี สิริวิชญ์ ชาญเตชะสิทธิ์กุล ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ และพันตำรวจโท จักรกฤษณ์ วิเศษเขตการณ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการพิเศษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนคดีการค้ามนุษย์ 3 กองคดีการค้ามนุษย์ และศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กองปฏิบัติการพิเศษ ได้สนธิกำลังกันเข้าจับกุมชายไทย อายุ 45 ปี เจ้าของเรือ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ร่วมกันแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานบนเรือประมง

จากกรณีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 14/2562 กรณีหลอกลวงแรงงานชาวกัมพูชาไปบังคับใช้แรงงานบนเรือประมงในน่านน้ำสหพันธรัฐมาเลเซีย กล่าวคือ เมื่อปี พ.ศ.2558 แรงงานชาวกัมพูชาได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อหางานทำ ต่อมาได้เร่ร่อนมาที่บริเวณท่าเรือสะพานปลาจังหวัดสมุทรปราการ และได้ถูกนายหน้าชาวกัมพูชาหลอกลวงให้ทำงานในเรือประมง โดยแจ้งว่าเป็นงานที่สบาย และได้ค่าตอบแทนเป็นรายเดือน แต่เมื่อตอบตกลงและทำงานตามที่พูดคุยกันแล้ว ได้ถูกพาไปส่งให้กับเจ้าของเรือ และปรากฏว่า สภาพการทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่ทำงานบนเรือประมงไม่เคยได้รับค่าจ้างจากการทำงานดังกล่าวแต่อย่างใด และยังถูกยึดเอกสารประจำตัวเอาไว้อีกด้วย แถมยังถูกบังคับให้ทำงานบนเรือประมงหลายลำในน่านน้ำสหพันธรัฐมาเลเซีย โดยถูกไต้ก๋งเรือประมงกักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ขึ้นฝั่งเป็นเวลานานเกือบ 2 ปี และยังถูกบังคับให้ทำงานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยได้นอนเพียงวันละ 4 ชั่วโมง หากทำงานไม่เสร็จ จะไม่ได้รับประทานอาหาร

 

 

นอกจากนี้ยังเคยถูกไต้ก๋งทำร้ายร่างกายและคอยกลั่นแกล้งเป็นประจำ เช่น การเอาน้ำเทใส่ในจานอาหาร เป็นต้น โดยเมื่อขอลาออก ไต้ก๋งเรือกลับไม่อนุญาตให้ลาออก จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ตำรวจมาเลเซียได้ลาดตระเวน พบว่าใบอนุญาตของเรือประมงลำดังกล่าวหมดอายุ จึงได้
กลับขึ้นฝั่งที่ท่าเรือตันหยง มานิส สหพันธรัฐมาเลเซีย และเมื่อหลบหนีออกจากท่าเรือได้แล้ว จึงเข้าขอความช่วยเหลือจากองค์การยุติธรรมนานาชาติ (IJM) ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเรื่องไว้เป็นคดีพิเศษ และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสอบสวน กระทั่งรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับพนักงานอัยการในฐานะเป็นความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย จนกระทั่งมีการขออำนาจศาลอาญาอนุมัติหมายจับดังกล่าว

 

 

 

 

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

You May Have Missed!

0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
มทบ.39 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล ครบ 1 ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในส่วน กองทัพภาคที่ 3
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
รองนายก อบจ.พิษณุโลก ติดตามการก่อสร้างถนน 2 สายทางในพื้นที่ อ.บางระกำ เชื่อมต่อ อ.เมืองพิษณุโลก
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
นายกอบต.ห้วยยาง ติดตามความคืบหน้า หลังทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งขุดบ่อบาดาล ห้วยยาง–ห้วยทราย รับมือภัยแล้งในระยะยาว
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
ผบช.ท่องเที่ยว ลงพื้นที่นราธิวาส เติมขวัญกำลังใจตำรวจชายแดนใต้ ย้ำ 3 หลักความปลอดภัย ดูแลนักท่องเที่ยวมาเลเซีย สร้างความเชื่อมั่นเที่ยวไทย