ปลัดเกษตรฯ ติดตามการขับเคลื่อนงานนโยบายพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาภาคเกษตร

ปลัดเกษตรฯ ติดตามการขับเคลื่อนงานนโยบายพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาภาคเกษตร

 

นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ผ่านระบบ Application Zoom ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการดำเนินงานและความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงาน “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ที่สำคัญได้แก่ ความก้าวหน้าในการจัดทำข้อมูลสนับสนุนนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างและใช้ข้อมูลจากฐานเดียวกัน (Single Big Data) เพื่อใช้ในการวางแผนการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกร ให้มีคุณภาพ มาตรฐานปลอดภัย และมีมูลค่าเพิ่ม ตรงกับความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าเกษตรได้ในราคาสูง มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน และยกระดับให้เกษตรกรสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งมีแผนการดำเนินงานระยะ Quick win โดยจัดทำ Dashboard มันสำปะหลัง แล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา และได้มีการเผยแพร่ฐานข้อมูลร่วม “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” สินค้ามันสำปะหลัง บนเว็บไซต์ www.คิดค้า.com / www.moc.go.th ของกระทรวงพาณิชย์ และเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ www.nabc.go.th ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้บริการข้อมูลทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร และประชาชน โดย Dashboard สินค้าเกษตรจะเป็นการแสดงผล ประกอบด้วย 5 หน้าจอการแสดงผล ได้แก่ สรุปสถานการณ์สินค้าเกษตรของไทย ราคาสินค้าเกษตร สถานการณ์การส่งออกสินค้าเกษตรของไทย โอกาสของการส่งออกสินค้าเกษตร และสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรของไทย ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการ Single Big Data เห็นชอบเลือกสินค้าทุเรียน เป็นสินค้านำร่อง ชนิดที่ 2 ต่อจากมันสำปะหลัง และจะตามด้วยข้าว
ยาง ปาล์ม และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในลำดับต่อไป

นอกจากนั้นยังมีการติดตามความก้าวหน้าการจัดทำแพลตฟอร์มกลาง “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างแพลตฟอร์มกลาง “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” เป็นตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับซื้อขายสินค้าเกษตรในรูปแบบการค้าแบบ B2B (Business to Business) ซึ่งเป็นการซื้อขายปริมาณมากในแต่ละครั้ง โดยจะพัฒนาต่อยอดจากแพลตฟอร์ม Thaitrade.com ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำหรับการดำเนินการระยะนำร่อง ได้กำหนดกลุ่มเกษตรกรที่เป็นเป้าหมายในการดำเนินการ คือ กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ 152 แห่ง กลุ่มสหกรณ์ 40 แห่ง และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 63 แห่ง และกำหนดประเภทสินค้า ได้แก่ ข้าว ไข่ไก่ เนื้อโคขุน ผลิตภัณฑ์จากโคนม ผัก (เช่น ผักสลัด กะหล่ำปลี ผักกาดขาว แครอท เห็ด) ผลไม้ (เช่น เงาะ มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง ลำไย ลิ้นจี่) กาแฟ ยางพารา (ผลิตภัณฑ์แปรรูป) ไม้ดอกไม้ประดับ สมุนไพรและเครื่องเทศ และแมลงเศรษฐกิจ (ผึ้ง จิ้งหรีด)

ขณะเดียวกันยังมีเรื่องการบริหารจัดการผลไม้ กรณี สินค้าทุเรียน ของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ซึ่งที่ประชุมได้รายงานแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2564 (จันทบุรี ระยอง ตราด) โดยมีการปรับสมดุลของอุปสงค์กับอุปทานให้สอดคล้องกัน ซึ่งจะมีการกระจายผลผลิตภายในประเทศ การแปรรูป และการส่งออก (ข้อมูลการส่งออกทุเรียนไปต่างประเทศช่วงเดือน ม.ค.- 15 เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา มีปริมาณการส่งออกรวมทั้งสิ้น 78,376.18 ตัน มูลค่า 9,135.9002 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำการป้องปรามทุเรียนอ่อน ให้มีมาตรการควบคุมการใช้ใบ GAP และป้องกันทุเรียนอ่อน รวมถึงมาตรการควบคุมการส่งออกทุเรียนปลอดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นผลผลิตทุเรียน นอกจากนี้ ยังมุ่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและควบคุมคุณภาพผลผลิตทุเรียนส่งออกด้วย

You May Have Missed!

1 Minute
ข่าวประชาสัมพันธ์
SALZ รีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 40 ปี เปิดตัวแคมเปญ “SALZ พร้อมบวก” ดึง “ก้อย–อรัชพร” เสริมทัพ “หนุ่ม–กรรชัย” ขยายฐานคนรุ่นใหม่
1 Minute
ข่าวประชาสัมพันธ์
MSIG เผยผลประกอบการปี 2568 เติบโต 15.7% ท่ามกลางความท้าทายจากภัยธรรมชาติ พร้อมตั้งเป้าปี 2569 เดินหน้าเติบโตกว่า 10%  ตอกย้ำครองแชมป์ประกันภัยการเดินทางอันดับ 1 และเพื่อตอบแทนและขอบคุณลูกค้าประกันภัยการเดินทาง บริษัทฯ เตรียมจัดงาน “MSIG Fan Fest 2026”
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
นักวิจัย มจธ. แนะเคล็ดลับ “ประหยัดพลังงานฉบับประชาชน” ทางรอดสู้วิกฤตพลังงานแพง
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
อบจ.พิษณุโลก ส่งเจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลใช้ผลิตน้ำประปาหมู่บ้านให้ประชาชนใน ต.แก่งโสภา อ.วังทอง