ปล่อยกุ้งแชบ๊วย 3.3 แสนตัว เพิ่มผลผลิตสัตวน้ำชายทะเลสัตหีบ

ปล่อยกุ้งแชบ๊วย 3.3 แสนตัว เพิ่มผลผลิตสัตวน้ำชายทะเลสัตหีบ

 


วันนี้ 31 มี.ค.64 ที่ชุมชนประมงท้องถิ่นสัตหีบ หน้าโรงพยาบาล อาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.เขต 8 ชลบุรี เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์ กุ้งแชบ๊วย 33,0000 ตัว เพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยมีกลุ่มประมงพื้นบ้านอำเภอสัตหีบ สโมสรไลออนส์พัทยาสัตหีบ ประมงอำเภอสัตหีบ คณะครูนักเรียนโรงเรียนสิงห์สมุทร กลุ่ม Beach Defender กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนจาก บิ๊กซี สัตหีบ ผู้แทนจาก ศรชล.ภาค 1 ผู้แทนจากฐานทัพเรือสัตหีบ ร่วมกันปล่อยพันธุ์กุ้งแชบ๊วย ลงสู่ทะเล


สำหรับการ โครงการปล่อย พันธุ์ กุ้งแชบ๊วย 33,0000 ตัว เป็นการร่วมมือกันในหลายหน่วยงานหลายภาคส่วน มีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ในแหล่งน้ำธรรมชาติ และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ ควบคุมให้มีการนำขึ้นมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดและยั่งยืน สอดคล้องกับปริมาณสัตว์น้ำตามธรรมชาติที่สามารถให้จับได้ โดยไม่กระทบต่อประชากรสัตว์น้ำรุ่นหลัง ที่จะเกิดขึ้นมาทดแทน โดยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตให้กับแหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรงนั้น นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชาวประมงในท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างคุ้มค่าอีกทางหนึ่ง  อีกทั้งยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนและเยาวชนได้ตระหนักถึงการอนุรักษ์ คุณค่า และการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

 

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

You May Have Missed!

1 Minute
ข่าวประชาสัมพันธ์
เปิดมุมมองการเชื่อมสัมพันธ์ไทย–ไต้หวัน ผ่านมรดกทางวัฒนธรรมพระเครื่องไทย โดย WU CHUN I ผู้ก่อตั้ง Dream Amulet  
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
ชสอ. จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2569 ยิ่งใหญ่ ผู้แทนสมาชิกกว่า 1,000 สหกรณ์ร่วมประชุม พร้อมประกาศความสำเร็จผลดำเนินงานแข็งแกร่ง กำไรสุทธิกว่า 2,587 ล้านบาท
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขับเคลื่อนมิติใหม่ มุ่งทำงานเชิงรุกใช้ Data และ AI เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รวดเร็ว แม่นยำ ตรงจุด
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
สนท.ประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 1/2569 มอบตำแหน่งกรรมการชุดใหม่ พร้อมเดินหน้าบูรณะอาคารสมาคมอายุ 30 ปี ให้กลับมาสง่างามดังเดิม