กรมหม่อนไหมใช้ประโยชน์ของเสียจากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตามแนวคิด Zero Waste พัฒนาการทำปุ๋ยหมักมูลไหมร่วมกับเชื้อไมคอร์ไรซา ช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิตใบหม่อน มุ่งขยายผลถ่ายทอดสู่เกษตรกรหม่อนไหมทั่วประเทศ

 กรมหม่อนไหมใช้ประโยชน์ของเสียจากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตามแนวคิด Zero Waste  พัฒนาการทำปุ๋ยหมักมูลไหมร่วมกับเชื้อไมคอร์ไรซา

ช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิตใบหม่อน มุ่งขยายผลถ่ายทอดสู่เกษตรกรหม่อนไหมทั่วประเทศ        

 

 

 

นายปราโมทย์ ยาใจ   อธิบดีกรมหม่อนไหม    เปิดเผยว่า    การใช้ปุ๋ยหมักเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดินได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ก็สามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้  ซึ่งปัจจุบัน การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม มีการนำมูลไหมซึ่งเป็นของเสียที่ได้จากการเลี้ยงไหมมาใช้ทำปุ๋ยหมัก ตามแนวคิดการทำให้ขยะเหลือน้อยที่สุด หรือเท่ากับศูนย์ จนไม่มีขยะเหลือเป็นมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิผล (Zero Waste)  เดิมมีวิธีกำจัดมูลไหมรวมทั้งเศษใบและกิ่งหม่อนที่เหลือทิ้ง ด้วยการนำมูลไหมและเศษเหลือทิ้งไปใส่ต้นหม่อนโดยตรง หรือนำมูลไหมและเศษเหลือทิ้งไปตาก 1-2 แดด แล้วนำไปใส่ต้นหม่อน ซึ่งวิธีดังกล่าวทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคของหนอนไหม เพราะมูลไหมและเศษเหลือทิ้งอาจเป็นพาหะของโรคของหนอนไหมที่ติดมาจากโรงเลี้ยงได้ เช่น โรคซอตโต้ (เชื้อแบคทีเรีย) โรคเกรสเซอรี่ (เชื้อไวรัส) โรคมัสคาดีน (เชื้อรา) เป็นต้น

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กรมหม่อนไหม จึงได้ทดลองผลิตปุ๋ยหมักมูลไหมร่วมกับเชื้อไมคอร์ไรซา ซึ่งเป็นเชื้อราชีวภาพที่มีคุณสมบัติเฉพาะที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชในการเพิ่มผลผลิตใบหม่อน  และเมื่อนำปุ๋ยหมักที่ทดลองนี้ไปใช้ในแปลงหม่อนสาธิต โดยนำไปใส่รอบ ๆ ทรงพุ่ม หลังการตัดแต่งกิ่งหม่อน ในอัตราส่วน 1 ตัน/ไร่/ปี  พบว่ามีผลผลิตใบหม่อนเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 ลดต้นทุนการผลิตได้ถึงร้อยละ 27 และจากการวิเคราะห์ปุ๋ยหมักมูลไหม ปรากฏว่า มีไนโตรเจน ร้อยละ 0.95 ฟอสฟอรัสร้อยละ 0.5 โพแทสเซียม ร้อยละ 0.86 และอินทรีย์วัตถุ ร้อยละ 28.69 สามารถใช้เป็นวัตถุดิบแทนปุ๋ยคอกในการทำปุ๋ยหมักได้เป็นอย่างดี           ทั้งนี้ กรมหม่อนไหมได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวให้กับเกษตรกร โดยนำร่องในจังหวัดเชียงราย เลย ชัยภูมิ ลพบุรี และศรีสะเกษ และมีแผนพัฒนาขยายผลให้ครอบคลุมศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้ง 21 ศูนย์ทั่วประเทศ ภายในปี 2565 รวมทั้งพัฒนาต่อยอดทางการค้า โดยให้จุดถ่ายทอดเทคโนโลยีแปลงสาธิตและเกษตรกรในชุมชนร่วมกันผลิตปุ๋ยหมักมูลไหมนี้เป็นสินค้า บรรจุถุง 2 ขนาด คือ ขนาด 2 กิโลกรัม และขนาด 10 กิโลกรัม เพื่อนำไปจำหน่ายต่อไป

                “วิธีการดังกล่าวนอกจากจะช่วยลดขยะซึ่งเป็นของเสียจากการเลี้ยงไหม ให้สภาวะสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดีขึ้น ช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิตใบหม่อนแล้ว ยังช่วยส่งเสริมอาชีพเพิ่มรายได้ครัวเรือนของเกษตรกรและชุมชนให้มีเศรษฐกิจที่ดีและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บรรลุเป้าหมายตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติด้วย” อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าว  ​

 

เกษตรกรที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมหม่อนไหม โทรศัพท์ 0 2558 7924-6 ต่อ 402 หรือติดต่อขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวได้ที่​ สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 1-6 หรือศูนย์หม่อนไหมเครือข่ายใกล้บ้าน

 

You May Have Missed!

1 Minute
ไม่มีหมวดหมู่
เครือซีพี รวมผู้นำและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เปิด CP Innovation Exposition 2026 สุดยิ่งใหญ่ มอบ 29 Chairman Awards เชิดชูผลงานนวัตกรเครือฯ มุ่งขยายผลสู่ธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมโชว์กว่า 90 นวัตกรรมในรูปแบบ Future Fest ผนึก 70 สปีกเกอร์ชั้นนำของไทยและระดับโลก เปิดเวทีประกาศความร่วมมือ CP COE กับ 30 องค์กรนวัตกรรม พร้อมลงนาม MOU กับ อว. เชื่อมคนเก่ง งานวิจัย และภาคอุตสาหกรรม
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
“จี๊ด สุนทร สุจริตฉันท์” ศิลปินนักร้องดังผู้ใจบุญ เยี่ยมชมสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ เช่าบูชาวัตถุมงคล “หลวงพ่อคูณ รุ่นกูชอบอ่านหนังสือพิมพ์” 50 องค์ พร้อมสมทบทุนบูรณะอาคารสมาคม
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
ชมรมผู้สูงอายุ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ จัดโครงการ “จิตแจ่มใส” ฝึกอาชีพประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เสริมสร้างสุขภาพจิตและมิตรภาพในกลุ่มผู้สูงวัย
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จัดกิจกรรมสัปดาห์วันเวชศาสตร์ฟื้นฟู