เปิดปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์ สนธิกำลังสกัดสินค้าเถื่อน ยึดของกลางทะลุ 37 ล้านบาท

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ความทุ่มเทเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ปรากฏผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เมื่อกรมศุลกากร ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและภาคีเครือข่าย เปิดปฏิบัติการเชิงรุกปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงการคลัง ภายใต้การอำนวยการของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร รวมถึงนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมอบหมายให้นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ นำทีมขับเคลื่อนการปราบปรามอย่างเข้มข้น ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการร่วมกันอย่างไร้รอยต่อของทุกภาคส่วน นำโดย กรมสอบสวนคดีพิเศษเขต 7, สรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14, หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก, ป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับหน่วยงานประมง, พืช, สัตว์ป่า และสถานีตำรวจในพื้นที่ เปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เพื่อปิดประตูสกัดกั้นการลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากภาคใต้เข้าสู่ภายในประเทศ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ทีมปฏิบัติการตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนเพชรเกษม บริเวณด่านตรวจห้วยยาง อำเภอทับสะแก สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีภาษีล็อตใหญ่ มูลค่ารวมค่าภาษีอากรสูงถึง 10.67 ล้านบาท ภายในวันเดียว ประกอบด้วยบุหรี่ต่างประเทศ 4,703 แท่ง พร้อมสุรา, น้ำอัดลม และชาต่างประเทศ
ตลอดระยะเวลา 23 วันแห่งความมุ่งมั่น (1–23 กันยายน 2569) ชุดปฏิบัติการร่วมตรวจสอบพัสดุเป้าหมาย 453 หีบห่อ จับกุมดำเนินคดี 15 คดี ยึดของกลางผิดกฎหมายจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีกว่า 16,082 แท่ง รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า, กระเป๋า, ยาสมุนไพร, น้ำหอม และสินค้าอื่นๆ มูลค่ารวมทั้งหมด 37,216,132.60 บาท ของกลางทั้งหมดถูกนำส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขบวนการค้าของเถื่อนปรับยุทธวิธีใช้ระบบพัสดุเอกชนกระจายสินค้าแบบกองทัพมด แต่ด้วยความร่วมมือทุกฝ่าย จึงสามารถเท่าทันและปิดกั้นเส้นทางได้ทันท่วงที การปฏิบัติงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่นำภาษีกลับคืนสู่รัฐ แต่ยังปกป้องสุขภาพประชาชนจากสินค้าอันตราย คุ้มครองผู้ประกอบการสุจริต และตัดวงจรเงินใต้ดินที่อาจหล่อเลี้ยงอาชญากรรม
หลังจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะขยายผลสืบสวนเพื่อดำเนินคดีถึงที่สุด ขณะที่กองกำลังร่วมจะยังคงปักหลักเพิ่มความเข้มงวดเฝ้าระวังจุดเสี่ยงทุกเส้นทาง เพื่อเป็นปราการด่านสำคัญปกป้องความมั่นคงและปลอดภัยของคนไทยต่อไป
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จะ.ประจวบคีรีขันธ์
