มติเอกฉันท์! สมาชิกเทคะแนนเลือก “อนันต์ นิลมานนท์” นั่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ คนใหม่ ไร้คู่แข่ง พร้อมเดินหน้ายกระดับวิชาชีพสื่อ

 

มติเอกฉันท์! สมาชิกเทคะแนนเลือก “อนันต์ นิลมานนท์” นั่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ คนใหม่ ไร้คู่แข่ง

พร้อมเดินหน้ายกระดับวิชาชีพสื่อ

 

สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนท.) จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 พร้อมจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยมีสมาชิกเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นในภาคเช้า เวลา 09.00 น. มีพิธีถวายผลไม้สักการะเพื่อขอพรองค์พระสยามเทวาธิราช เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คณะผู้บริหารและสมาชิก จากนั้นเวลา 10.00 น. สมาคมฯ ได้จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่ อดีตนายกสมาคม คณะกรรมการ และสมาชิกสมาคมฯ ผู้ล่วงลับ ณ ห้องพิพิธภัณฑ์ ชั้น 2 เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและรำลึกถึงผู้มีคุณูปการต่อองค์กร โดยมี พระศรีวินัยโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระเถรานุเถระรวม 9 รูป ร่วมเจริญพระพุทธมนต์

ต่อมาในภาคบ่าย เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมเอื้องหลวง ได้เข้าสู่วาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยมี นายนคร วีรประวัติ นายกสมาคมฯ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมแถลงผลการดำเนินกิจกรรมและพิจารณาวาระสำคัญต่าง ๆ ในรอบปีที่ผ่านมา ก่อนเข้าสู่วาระการเลือกตั้งผู้นำคนใหม่

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายอนันต์ นิลมานนท์ ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกสมาคมฯ อย่างเป็นเอกฉันท์ให้ดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยไม่มีผู้สมัครแข่งขัน โดยจะดำรงตำแหน่งวาระ 3 ปี (พ.ศ. 2569–2571) พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ อีกจำนวน 12 ท่าน มาร่วมทีมขับเคลื่อนองค์กร

นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมฯ คนใหม่ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ และเปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมอีก 6 ท่าน เพื่อให้ครบถ้วนรวมเป็น 19 ท่านตามข้อบังคับ สำหรับแนวทางการบริหารงาน จะเดินหน้าสานต่อนโยบายและเจตนารมณ์ของอดีตนายกสมาคมและคณะกรรมการชุดที่ผ่านมา ในการพัฒนาและปรับปรุงองค์กรให้มีความเข้มแข็ง เป็นระเบียบเรียบร้อย รักษาภาพลักษณ์อันสง่างาม และพร้อมส่งเสริมบทบาทขององค์กรสื่อมวลชนให้เป็นศูนย์กลางความร่วมมือของวิชาชีพสื่อสารมวลชนต่อไปในอนาคต