อีสท์ เวสท์ ซีด (เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง) ผนึกกำลัง ปตท.สผ. และภาครัฐ ดันโมเดล “เกษตร Zero Burn” ชูพืชหลังนาใช้น้ำน้อย สร้างรายได้แก้ฝุ่น PM 2.5

อีสท์ เวสท์ ซีด (เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง) ผนึกกำลัง ปตท.สผ. และภาครัฐ ดันโมเดล “เกษตร Zero Burn”

ชูพืชหลังนาใช้น้ำน้อย สร้างรายได้แก้ฝุ่น PM 2.5

บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด (เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง) ผู้เชี่ยวชาญด้านเมล็ดพันธุ์ระดับสากล เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์เพื่อนคู่คิดเกษตรกร จับมือ ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 6 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี และองค์การบริหารส่วนตำบลไทรน้อย จัดงาน “Green Gain Day: สร้างการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจ ไม่เผาแต่ได้รายได้” เพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปี 2569 มุ่งแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากการเผาตอซัง พร้อมชูทางออกด้วย “เมล็ดพันธุ์พืชหลังนา” ที่ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย และสร้างรายได้เร็วกว่าการทำนา

ภายในงาน มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 200 คน  ร่วมงาน ณ ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 6 ปตท. อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

 

นายอิสระ วงศ์อินทร์ Head of Marketing บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด เปิดเผยว่า ปัญหา PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรถือเป็นวาระแห่งชาติ ทางบริษัทฯ จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายริเริ่ม “โครงการโรงเรียนเกษตรกรบริหารจัดการพื้นที่ปลูกพืชหลังนาเพื่อลดการเผาตอซังและฟางข้าว” ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา โครงการนี้คือภาพสะท้อนของการบูรณาการความร่วมมืออย่างแท้จริงจาก 4 เสาหลัก ได้แก่

● ภาครัฐ (สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี/อำเภอไทรน้อย): ขับเคลื่อนนโยบาย ถ่ายทอดวิชาการเรื่องดินและการจัดการศัตรูพืช
● องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.ไทรน้อย): เชื่อมโยงและคัดเลือกเกษตรกรเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้
● ภาคเอกชน (ปตท. เขต 6): สนับสนุนพื้นที่จัดอบรมและแปลงสาธิตขนาด 4 ไร่
● ภาคเอกชน (อีสท์ เวสท์ ซีด): สนับสนุนนวัตกรรมเมล็ดพันธุ์คุณภาพ พร้อมทีมงานถ่ายทอดเทคนิคการปลูกพืชใช้น้ำน้อยและการเชื่อมโยงตลาด

นายอิสระ กล่าวเน้นย้ำถึงความคุ้มค่าของการเปลี่ยนวิถีเกษตรว่า “หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม การทำนาข้าวตามปกติอาจต้องใช้เวลาเกือบ 100 วันจึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ แต่หากเราปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชทดแทนหรือพืชหลังนา เช่น ข้าวโพดข้าวเหนียว หรือฟักทอง จะใช้เวลาเพียง 60 กว่าวันก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อสร้างรายได้แล้ว ที่สำคัญคือใช้น้ำน้อยกว่ามาก จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์พี่น้องเกษตรกรในปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาข้าว”

ทั้งนี้ ภายในงาน อีสท์ เวสท์ ซีด ได้ร่วมจัดแสดง ฐานเรียนรู้ Smart Crop: พืชหลังนา สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อตอกย้ำว่าเมล็ดพันธุ์คือ “ต้นน้ำ” ที่สำคัญที่สุด ตามปณิธานของ มร. ไซมอนน์ แนนน์ กรูธ ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ที่กล่าวไว้ว่า “เมล็ดพันธุ์ที่ดี สามารถเปลี่ยนชีวิตคนนับล้าน” โดยตลอดโครงการมีเกษตรกรผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) รวม 60 ราย ซึ่งสามารถเปลี่ยน “ภาระจากการเผา” ให้กลายเป็น “รายได้ก้อนใหม่” ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม