กรมชลประทาน เดินหน้าปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางในพื้นที่ภาคเหนือ
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร

วันที่ 2 เม.ย.69 กรมชลประทาน นำสื่อมวลชนติดตามโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางในลำพูน และอำเภอจอมทอง อำเภอฮอด อำเภอดอยหล่อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ โดยเข้าร่วมประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ เวทีที่1 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
ในการนี้ นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ในฐานะผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุม โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากกรมชลประทานเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายชูศักดิ์ สุทธิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ,นายพนมศักดิ์ ใช้สมบุญ ผู้อำนวยการส่วนวางโครงการที่ 1 , นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา(ด้านวางแผน) ,นายขจร ใบพูลทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านสำรวจ กรมชลประทาน นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสงค์ รองผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 1 (เชียงใหม่) นายพรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม กรมชลประทาน บริษัทที่ปรึกษา สื่อมวลชน และภาคประชาชนร่วมติดตามโครงการ

ต่อมาในช่วงบ่าย คณะได้ลงพื้นที่ ณ อ่างเก็บน้ำห้วยโป่งจ้อ เพื่อพบปะและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่จริง โดยเสวนาเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะในการปรับปรุงโครงการฯ เพื่อเร่งรัดดำเนินการในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน
นายชูศักดิ์ สุทธิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่าโครงการชลประทานขนาดกลางเป็นเครื่องมือที่สำคัญของกรมชลประทาน ที่สนับสนุนน้ำเพื่อทำการเกษตรและกิจกรรมความต้องการใช้น้ำด้านต่างๆ ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี อาคารและระบบชลประทานที่ก่อสร้างและใช้งานมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดชำรุดเสียหายและประสิทธิภาพการส่งน้ำต่ำ เกิดผลกระทบต่อประชาชน ทั้งเจ้าหน้าที่ชลประทานในพื้นที่ ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกรมชลประทานมีพันธกิจที่สำคัญ 4 ข้อคือ พัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามศักยภาพของลุ่มน้ำให้เกิดความสมดุล บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ทั่วถึงและเป็นธรรม และดำเนินการป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำตามภารกิจอย่างเหมาะสม และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานจึงเห็นความสำคัญต่อการปรับปรุงโครงการชลประทานที่มีอยู่เดิม ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งยังดำเนินการได้รวดเร็วเพราะปรับปรุงต่อยอดในพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมชลประทานเอง
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากปัญหาที่โครงการชลประทานต่างๆ ชำรุดเสียหายและมีประสิทธิภาพต่ำ ปัญหาการใช้ระบบชลประทานที่มีศักยภาพน้อยเพื่อแก้ไขปัญหาภัยที่เกิดจากน้ำปัญหาเจ้าหน้าที่ลดลง ปัญหาแย่งใช้น้ำจากเศรษฐกิจที่ขยายการเติบโต ทำให้การบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานมีประสิทธิภาพต่ำ ขาดความแม่นยำ ส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานไม่ทั่วถึง ผลผลิตมีปริมาณน้อย การสนับสนุนเศรษฐกิจการเกษตรและชุมชนได้น้อย ซึ่งกรมชลประทานได้กำหนดยุทธศาสตร์ 5 ข้อ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายและวิสัยทัศน์ของกรมชลประทาน จากยุทธศาสตร์ข้อที่ 5 การปรับเปลี่ยนสู่องค์กรอัจฉริยะ จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านต่างที่เกิดขึ้น โดยใช้ระบบ IoT ระบบ AI ระบบ Application และ พัฒนาทักษะของบุคลากร พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อขับเคลื่อนให้กรมชลประทานแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน และสร้างความมั่นคงด้านน้ำและเพิ่มคุณค่าการบริการ ได้อย่างสมบูรณ์

ด้านนายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา(ด้านวางแผน) กล่าวเสริมว่า โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางในจังหวัดลำพูน และอำเภอจอมทอง อำเภอฮอด อำเภอดอยหล่อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่” เป็นงานศึกษาที่กรมชลประทานดำเนินการโดยสำนักบริหารโครงการ ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษามาทำการศึกษาความเหมาะสมเนื่องจากโครงการชลประทานขนาดกลางได้ก่อสร้างและใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้อาคารและระบบชลประทานชำรุดเสียหายและมีประสิทธิภาพต่ำ จึงทำการศึกษาความเหมาะสมเพื่อประโยชน์คือ เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพโครงการ เพื่อช่วยบรรเทาภัยที่เกิดจากน้ำในเขตโครงการ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และแผนงานอื่น ๆ ในอนาคต และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎร

การศึกษาใช้ระยะเวลา 15 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 1 พฤษภาคม 2569 สำหรับผลการศึกษาจะได้ ประกอบด้วย
1.แผนหลักการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดลำพูน มีแผนงานโครงการรวม 29 โครงการ ความจุกักเก็บน้ำรวม 21.462 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทานและรับประโยชน์ 33,607 ไร่ และ 4 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ มีแผนงานโครงการรวม 31 โครงการ ความจุกักเก็บน้ำรวม 66.46 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทานและรับประโยชน์ 52,655 ไร่ รวมทั้งสิ้น 60 โครงการได้ความจุกักเก็บน้ำรวม 87.922 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทานและรับประโยชน์ 86,262 ไร่
2.แผนการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางที่มีความสำคัญลำดับต้น 9 โครงการจาก 16 โครงการที่ประเมินและคัดเลือกจากพื้นที่ศึกษา 2 จังหวัด ระยเวลา 10 ปี ทั้งแผนระยะเร่งด่วน แผนระยะสั้น แผนระยะกลางและแผนระยะยาว ได้แก่
2.1 โครงการฝายชลขันธ์พินิจ หัวงานตั้งอยู่ที่ ตำบลดอยแก้ว อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ชลประทาน 44,900 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 83 กิจกรรมย่อย
2.2 โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ธิ หัวงานตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน พื้นที่ชลประทาน 6,500 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 24 กิจกรรมย่อย
2.3 โครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาน หัวงานตั้งอยู่ที่ ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน พื้นที่ชลประทาน 9,600 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 31 กิจกรรมย่อย
2.4 โครงการอ่างเก็บน้ำแม่เมย หัวงานตั้งอยู่ที่ ตำบลทาขุมเงิน อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน พื้นที่ชลประทาน 2,500 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 35 กิจกรรมย่อย
2.5 โครงการฝายวังตอง หัวงานตั้งอยู่ที่ ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน พื้นที่ชลประทาน 4,500 ไร่ ประกอบด้วย 5 แผนงาน 37 กิจกรรมย่อย
2.6 โครงการฝายเหมืองดั้ง หัวงานตั้งอยู่ที่ ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน พื้นที่ชลประทาน 11,300 ไร่ ประกอบด้วย 4 แผนงาน 31 กิจกรรมย่อย
2.7 โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตูบ หัวงานตั้งอยู่ที่ ตำบลโปงทุ่ง อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ชลประทาน 14,967 ไร่ ประกอบด้วย 4 แผนงาน 32 กิจกรรมย่อย
2.8 โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งจ้อ หัวงานตั้งอยู่ที่ ตำบลสันติสุข อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ชลประทาน 9,742 ไร่ ประกอบด้วย 6 แผนงาน 46 กิจกรรมย่อย
2.9 โครงการฝายเหมืองใหม่ หัวงานตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ชลประทาน 8,116 ไร่ ประกอบด้วย 6 แผนงาน 28 กิจกรรมย่อย
รวมทั้งสิ้น 9 โครงการ 45 แผนงาน 347 กิจกรรมย่อย เป็นค่าใช้จ่ายเงินลงทุน 3,253.185 ล้านบาท

ขณะที่นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสงค์ รองผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 1 (เชียงใหม่) กล่าวว่าเมื่อได้ผลการศึกษาปรับปรุงทั้ง 9 โครงการแล้ว ชลประทานในพื้นที่โดยสำนักงานชลประทานที่ 1 จะบรรจุเข้าแผน MTEF และเตรียมความพร้อมในการออกแบบรายละเอียดและของบประมาณเพื่อปรับปรุงโครงการ และมอบมหมายให้โครงการชลประทานลำพูนและโครงการชลประทานเชียงใหม่ ไปเร่งประชาสัมพันธ์ พร้อมดำเนินการในแผนงานเร่งด่วน แผนงานระยะสั้นและแผนงานที่ไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง ให้การแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่ทำได้อย่างรวดเร็ว
“เมื่อมีการปรับปรุงโครงการแล้วจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญของเกษตรกรและประชาชน โดยอาคารและระบบชลประทาน เป็นเครื่องมือที่โครงการชลประทานในพื้นที่ใช้สนับสนุนการทำการเกษตรและความต้องการใช้น้ำทุกด้าน การปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลาง จะทำให้การส่งน้ำและบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของเกษตรกร อย่างทั่วถึง ทำให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้นและมีคุณภาพ จะเพิ่มพูนรายได้ของเกษตรกรได้มากขึ้นส่งผลให้คุณภาพชีวิตของเกษตรดีขึ้น และเกิดการประหยัดน้ำ ทำให้มีน้ำชลประทานเกิดความมั่นคง สามารถสนับสนุนกิจกรรมความต้องการใช้น้ำด้านต่างๆได้ทั่วถึง” นายอภิวัฒน์ กล่าว

นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ประธานเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศฯ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุดของประเทศ และมีลุ่มน้ำสำคัญ 3 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำปิง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักหล่อเลี้ยงพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่, ลุ่มน้ำกก ที่ดูแลพื้นที่ตอนบน และลุ่มน้ำสาละวินในเขตอำเภออมก๋อย โดยจังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่การเกษตรประมาณ 3 ล้านไร่ อยู่ในเขตชลประทานราว 1 ล้านไร่
ในแต่ละปี จังหวัดเชียงใหม่มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถกักเก็บได้เพียง 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตรไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของประเทศ อย่างไรก็ตาม จังหวัดเชียงใหม่ยังคงเผชิญปัญหาด้านทรัพยากรน้ำหลายด้าน ทั้งอุทกภัยจากน้ำล้นตลิ่งที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ โดยในปี 2567 สร้างความเสียหายกว่า 5,700 ล้านบาท ปัญหาน้ำเสีย โดยเฉพาะในคลองแม่ข่า รวมถึงปัญหาภัยแล้ง ซึ่งเกิดจากลักษณะพื้นที่ภูเขา ควบคู่กับปัญหาหมอกควันและไฟป่า
“ การพัฒนาแหล่งน้ำ โครงการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางในพื้นที่ “สายใต้” ของจังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมอำเภอหางดง สันป่าตอง จอมทอง ดอยหล่อ และดอยเต่า ถือเป็นพื้นที่ที่ตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางเพิ่มเติม ทำให้แหล่งน้ำเดิมจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อเกษตรกรในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอดอยเต่า ซึ่งประสบปัญหาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอำเภอจอมทอง ที่จะมีน้ำเพียงพอรองรับทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ตลอดจนใช้เป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา นอกจากนี้ การปรับปรุงอ่างเก็บน้ำโป่งจ้อ ในพื้นที่อำเภอดอยหล่อ จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่ที่เคยแห้งแล้ง ให้สามารถรองรับการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น มะม่วงและลำไย ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและคุณภาพชีวิตดีขึ้น ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวนับเป็นโครงการสำคัญต่อการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ โดยจังหวัดขอขอบคุณกรมชลประทานที่สนับสนุนและผลักดันโครงการ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป”
สำหรับการป้องกันภัยอันเกิดจากน้ำ เมื่อมีการปรับปรุงระบบชลประทานต่างๆแล้ว โครงการชลประทานในพื้นที่ทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการชลประทานลำพูนและโครงการชลประทานเชียงใหม่ จะมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยแก้ไขและบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ปัญหาอุทกภัยและปัญหาอื่นๆ อันเกิดจากน้ำ พร้อมทั้งสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ชุมชน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ชลประทาน
