สพฐ. x มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ ร่วมเติมอนาคตสุขภาวะเด็กไทย ในโครงการ ‘โภชนาการเพื่อเด็กไทย ก้าวไกลสร้างชาติ’  ยกระดับองค์ความรู้ด้านโภชนาการ – ปรับปรุงโรงอาหาร 183 เขตพื้นที่ทั่วประเทศ

สพฐ. มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ ร่วมเติมอนาคตสุขภาวะเด็กไทย ในโครงการ ‘โภชนาการเพื่อเด็กไทย ก้าวไกลสร้างชาติ’ 

ยกระดับองค์ความรู้ด้านโภชนาการ – ปรับปรุงโรงอาหาร 183 เขตพื้นที่ทั่วประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมมือกับ มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะเดินหน้าสานต่อโครงการ “อายิโนะโมะโต๊ะ โภชนาการเพื่อเด็กไทย ก้าวไกลสร้างชาติ” ระยะที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2569–2570 ภายใต้งบสนับสนุนกว่า 41,450,000 บาท ดำเนินการใน 16 โรงเรียน จาก 16 เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อขยายผลสู่การครอบคลุมทั้ง 183 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ โดยมุ่งยกระดับโภชนาการในโรงเรียนผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การก่อสร้างอาคารโรงอาหารที่ได้มาตรฐาน การพัฒนาองค์ความรู้ด้านโภชนาการ และการสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ออนไลน์สำหรับบุคลากรในโรงเรียน เพื่อให้เด็กไทยทุกพื้นที่เข้าถึงโภชนาการและสุขภาวะที่ดีอย่างเท่าเทียม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน

ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ เพื่อเดินหน้าโครงการ “อายิโนะโมะโต๊ะ โภชนาการเพื่อเด็กไทย ก้าวไกลสร้างชาติ” สู่ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2569–2570) ขยายโครงการสู่โรงเรียนที่ยังไม่เคยได้รับโอกาส จำนวน 16 โรงเรียน ใน 16 เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้ครอบคลุมทั้ง 183 เขตพื้นที่ทั่วประเทศ ภายใต้งบประมาณกว่า 41,450,000 บาท มุ่งยกระดับโภชนาการในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การก่อสร้างอาคารโรงอาหารสำหรับโรงเรียนที่ขาดแคลน การพัฒนาองค์ความรู้และโรงเรียนต้นแบบด้านโภชนาการ และการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านระบบ E-learning เพื่อให้ครูและบุคลากรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนการยกระดับ “โภชนาการ” ในฐานะรากฐานสำคัญของการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดย สพฐ. ร่วมคัดเลือกโรงเรียนเป้าหมาย ออกแบบรูปแบบโรงอาหารให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมสนับสนุนการบริหารจัดการอาหารกลางวันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตนักเรียนและสร้างความยั่งยืน

ทั้งนี้ สพฐ. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จาก มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 จากการสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันและโภชนาการให้โรงเรียนทั่วประเทศกว่า 636 แห่ง ก่อนต่อยอดสู่โครงการก่อสร้างอาคารโรงอาหารที่ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อยกระดับการจัดการอาหารกลางวันและโภชนาการในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันได้รับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างโรงอาหารแล้วกว่า 215 ล้านบาท และส่งมอบอาคารโรงอาหารมาตรฐานแล้ว 180 แห่ง ใน 77 จังหวัด ครอบคลุม 167 เขตพื้นที่การศึกษาจากทั้งหมด 183 เขตทั่วประเทศ ช่วยให้นักเรียนกว่า 50,000 คน มีสถานที่รับประทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ

การยกระดับโภชนาการในวัยเรียนถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนไทย โครงการดังกล่าวจึงไม่เพียงเป็นการสนับสนุนด้านสวัสดิการในโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างรากฐานคุณภาพประชากรไทยในระยะยาว นอกจากนี้ เป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการทำให้เด็กไทยในทุกเขตพื้นที่การศึกษามีโอกาสเข้าถึงสุขภาวะที่ดีและเท่าเทียม เพราะเมื่อเด็กได้รับโภชนาการที่ดีและมีสถานที่รับประทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และ ถูกสุขลักษณะ เด็กก็จะมีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย ความคิด และสติปัญญา พร้อมต่อการเรียนรู้ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนไทย ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป” ดร.พิเชฐ กล่าว

ด้าน นายศรชัย กุสันใจ รองประธานมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ กล่าวว่า มูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะยึดมั่นอุดมการณ์สร้างประโยชน์และตอบแทนสังคมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 50 ปี โดยให้ความสำคัญในการสร้างโอกาสในมิติด้านการศึกษา โภชนาการ อาหาร สุขภาพ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนกิจกรรมที่มีคุณค่าและสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อสังคมในวงกว้าง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยอย่างยั่งยืน

แม้ประเทศไทยจะมีโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล โรงเรียนยังคงขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านโรงอาหารที่ได้มาตรฐาน รวมถึงองค์ความรู้ในการจัดการอาหารกลางวันให้สอดคล้องกับหลักโภชนาการ ดังนั้น โครงการ อายิโนะโมะโต๊ะ โภชนาการเพื่อเด็กไทย ก้าวไกลสร้างชาติ’ จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว ผ่านการสร้างระบบสนับสนุนด้านโภชนาการในโรงเรียนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ โรงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย เอื้อต่อการประกอบและรับประทานอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยที่ดีของนักเรียน นายศรชัย กล่าวปิดท้าย