กรมวิชาการเกษตรจัดเวทีใหญ่ ถกกำกับดูแล “ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรออนไลน์” มุ่งสู่ Smart Regulation พร้อมมอบโล่ Q-FACTORY ยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ

กรมวิชาการเกษตรจัดเวทีใหญ่ ถกกำกับดูแล “ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรออนไลน์” มุ่งสู่ Smart Regulation

พร้อมมอบโล่ Q-FACTORY ยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ

 


 วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานเปิดการเสวนาเรื่อง “การเสริมสร้างกรอบการกำกับดูแลการค้าสินค้าเกษตรดิจิทัล: มุมมองเชิงนโยบายและหลักธรรมาภิบาล” พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ประกอบการในโครงการ Q-FACTORY ประจำปี 2568 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น องค์ความรู้ และข้อเสนอเชิงนโยบายในการกำกับดูแลการค้าสินค้าเกษตรในยุคดิจิทัล ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เช่น ปุ๋ย วัตถุอันตรายทางการเกษตร และเมล็ดพันธุ์ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

กรมวิชาการเกษตรในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ได้ดำเนินมาตรการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงพบการกระทำผิด จึงจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล และคุ้มครองเกษตรกรให้ได้รับปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัย

 ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “นโยบายการกำกับดูแลร้านค้าออนไลน์ภายใต้บริบทความท้าทายทางกฎหมายยุคดิจิทัล” โดยมีหน่วยงานสำคัญเข้าร่วม อาทิ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการกำกับดูแลร่วมกัน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้กล่าวถึงทิศทางการกำกับดูแลในอนาคตว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการขยายตัวของการค้าออนไลน์ ทำให้การกำกับดูแลปัจจัยการผลิตทางการเกษตรจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงและลดความเสี่ยงต่อเกษตรกรและผู้บริโภค”

ทั้งนี้ แนวทางการขับเคลื่อนจะมุ่งเน้น 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย การป้องปรามเชิงรุกด้วยระบบเฝ้าระวังและการวิเคราะห์ข้อมูล การสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ผ่านช่องทางดิจิทัล การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและครบวงจร

   “ในอนาคต การกำกับดูแลจะต้องมุ่งสู่การกำกับดูแลอัจฉริยะ (Smart Regulation) ที่สร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการคุ้มครองความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรของประเทศไทยอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรองในโครงการ Q-FACTORY ประจำปี 2568 จำนวน 29 บริษัท เพื่อยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการด้านปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ให้มีความถูกต้องตามกฎหมาย มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

โครงการ Q-FACTORY ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมที่เกี่ยวข้องรวม 7 สมาคม ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองแล้วรวม 52 บริษัท ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตวัตถุอันตรายทางการเกษตร ผู้ผลิตปุ๋ย และผู้รวบรวมเมล็ดพันธุ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพปัจจัยการผลิตของประเทศ

การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนากรอบการกำกับดูแลการค้าสินค้าเกษตรในยุคดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการสร้างความเป็นธรรมในระบบตลาด การคุ้มครองผู้บริโภค และการยกระดับมาตรฐานปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกรและผู้บริโภค อันนำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

You May Have Missed!

0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
“น.รินี” รับตำแหน่ง ”ประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย”คนใหม่
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
“ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ กฟผ.” นำคณะเข้าแสดงความยินดี “อนันต์ นิลมานนท์” และคณะกรรมการบริหารสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
อพท.สุโขทัย จัดกิจกรรมค่ายเยาวชนเรียนรู้และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น “DASTA Sukhothai Camp รุ่นที่ 5” สร้างเครือข่ายเยาวชนอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม
1 Minute
ข่าวประชาสัมพันธ์
นักวิจัยไทย มก. สู่เวทีโลก เปิดตัว “Catfish Genome Browser” ฐานข้อมูลจีโนมปลาดุกแห่งแรกของโลก