สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 จัดพิธีทำลายของกลางที่คดีถึงที่สิ้นสุด ล็อตใหญ่ มูลค่าประมาณ 24 ล้านบาท

สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 จัดพิธีทำลายของกลางที่คดีถึงที่สิ้นสุด ล็อตใหญ่ มูลค่าประมาณ 24 ล้านบาท

ตามนโยบายของอธิบดีกรมศุลกากร นายธีรัชย์ อัตนวานิช ให้เข้มงวดในการป้องกันและปราบปราม สินค้าลักลอบหนีศุลกากร หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ของต้องห้ามของต้องกำกัด และสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง

สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 โดยการสั่งการของ นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางสาวลลิตา อรรถพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ได้มอบหมายให้ นายสุรัตน์ เรืองประยูร ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร และ นายสมพล ไทยจงรักษ์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ร่วมกับ ด่านศุลกากรในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 และหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม ได้จับกุมและตรวจยึดของกลาง อาทิ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์/ละเมิดเครื่องหมายทางการค้า เครื่องเสียง อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์ เครื่องแต่งกาย กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า สินค้าต้องห้ามต้องกำกัด บุหรี่ต่างประเทศ ตู้คีบตุ๊กตา ไพ่พลาสติก สินค้าไม่มีใบอนุญาต อย. วัตถุลามก และอื่น ๆ ซึ่งของกลางดังกล่าวต้องจำหน่ายโดยวิธีการทำลาย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (1 ตุลาคม 2567 ถึง 15 กันยายน 2568) มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 33 คดี รวมทั้งสิ้น 672,071 ชิ้น รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ประมาณ 24 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 16.30 น. นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานพิธีทำลายของกลางที่คดีถึงที่สิ้นสุดแล้วของด่านศุลกากรในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 โดยของกลางที่นำมาทำลายได้ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายศุลกากรและมีการดำเนินคดีจนถึงที่สุดแล้ว จำนวน 33 คดี รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวน 672,071 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ประมาณ 24 ล้านบาท รายละเอียด ดังนี้

1. สินค้าต้องห้ามตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เครื่องเล่นเกม (ตู้คีบตุ๊กตา) จำนวน 14 ตู้

2. สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์/ละเมิดเครื่องหมายทางการค้า พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า กระทรวงพาณิชย์ เครื่องเสียง อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์ เครื่องแต่งกาย กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า และอื่น ๆ จำนวน 7,252 ชิ้น

3. สินค้าไม่มีใบอนุญาตสรรพสามิต บุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 621,600 มวน ไพ่พลาสติก จำนวน 432 สำรับ

4. สินค้าไม่มีใบอนุญาต อย. อาหารเสริม ขนม ถุงยางอนามัย จำนวน 41,670 ชิ้น

5. วัตถุลามก จำนวน 837 ชิ้น

6. อื่น ๆ (กาต้มน้ำไฟฟ้า ที่วางโทรศัพท์มือถือ) จำนวน 266 ชิ้น

การทำลายโดยนำไปทำลายโดยวิธีบด ตัด ทำลายให้เสื่อมสภาพ เพื่อให้ไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก หลังจากนั้นเทศบาลเมืองนครพนม ได้ให้ความอนุเคราะห์นำไปกำจัดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป

 

ไกรสมุทร นามโพธิ์ไทร/รายงานจากมุกดาหาร

 

You May Have Missed!

1 Minute
ไม่มีหมวดหมู่
พม. จับมือ มจธ. และเครือข่ายคนพิการ จัดใหญ่ “ประชุมสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่18 (NCPD 2026)”  ชูแนวคิด “Learning to Earning” ปั้นนวัตกรรมสร้างอาชีพ ทลายกรอบข้อจำกัด  สู่สังคมเท่าเทียม
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
“บิ๊กเปี๊ยก” ปัญญา ทองทัย ผู้บริหาร ป.สหพยาบาล (สหคลินิก) และ ป.กุ้งเผา ร่วมแสดงความยินดี “อนันต์ นิลมานนท์” ในโอกาสรับตำแหน่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ คนที่ 30
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
ชนสนั่น..!! 10 ล้อ ชนเก๋ง เฉี่ยว 4 ล้อ แพคคู่ชนเสาไฟฟ้า หักสบั้น เจ็บ 1 ราย
0 Minutes
3จังหวัดชายแดน
แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจเด็กชายวัย 10 ปี เหยื่อโจรใต้ยิงถล่มจุดตรวจ