อียูไฟเขียวมาตรการกำจัดศัตรูพืชรับมะระไทยเข้าประเทศอีกครั้ง

อียูไฟเขียวมาตรการกำจัดศัตรูพืชรับมะระไทยเข้าประเทศอีกครั้ง

 
       กรมวิชาการเกษตร  แจ้งข่าวดี  มะระไทยได้รีเทิร์นสู่ตลาดอียูอีกครั้ง  หลังระงับส่งออกปี 2562  เผยอียูยอมรับมาตรการกำจัดศัตรูพืชในมะระไทยประกาศขึ้นเว็บไซต์แล้ว    ย้ำผู้ประกอบการต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบตั้งแต่ในแปลงปลูกจนถึงภายหลังการเก็บเกี่ยวในโรงคัดบรรจุ  คาดมะระไทยพร้อมส่งออกได้กันยายน 2565


       นายระพีภัทร์  จันทรศรีวงศ์  อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  เปิดเผยว่า  กรมวิชาการเกษตรได้รับแจ้งจากจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรปว่า สหภาพยุโรปได้อนุญาตให้นำเข้ามะระจากไทยอีกครั้ง  หลังระงับการส่งออกตั้งแต่ปลายปี 2562 เนื่องจากสหภาพยุโรปได้มีการปรับปรุงบัญชีรายชื่อพืช สินค้าพืช และวัสดุอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้สินค้าที่อยู่ภายใต้บัญชีดังกล่าวจากประเทศที่สามไม่สามารถส่งออกไปยังสหภาพยุโรปได้ จนกว่าจะได้รับการประเมินความเสี่ยง โดยครอบคลุมถึงมะระจากประเทศไทยที่มีการระงับการส่งออกตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2562 ซึ่งไทยเคยมีการส่งออกมะระไปสหภาพยุโรปในปี 2560 – 2562 ปริมาณ 23,700 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 1,092,000 บาท

กรมวิชาการเกษตรในฐานะเป็นองค์กรอารักขาพืชแห่งชาติของประเทศไทย จึงได้ดำเนินการส่งเอกสารข้อมูลมะระให้ DG SANTE พิจารณาประกอบการประเมินความเสี่ยงศัตรูพืชของผลมะระสดจากประเทศไทย โดยในระหว่างการพิจารณานั้น DG SANTE และกรมวิชาการเกษตรได้มีการติดต่อสื่อสารเพื่อแจ้งข้อมูลกันเป็นระยะ  จนได้รับแจ้งจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรปว่า DG SANTE ได้ประกาศ ปรับแก้การอนุญาตนำเข้ามะระจากฮอนดูรัส เม็กซิโก ศรีลังกา และไทย ภายใต้ข้อกำหนดการนำเข้าเฉพาะเพื่อลดความเสี่ยงของโอกาสที่เพลี้ยไฟฝ้าย Thrips palmi Karny จะติดไปกับผลมะระส่งออก ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้   ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้แจ้งมาตรการทางเขตกรรมเพิ่มเติม เสนอ DG SANTE ตามที่ประกาศกำหนด และปัจจุบัน DG SANTE ได้ประกาศมาตรการที่กรมวิชาการเกษตรเสนอขึ้นบนเว็บไซต์ จึงทำให้ผลมะระสดของไทยสามารถส่งออกไปสหภาพยุโรปได้อีกครั้ง

       อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าวว่า  ผู้ประกอบการที่มีความประสงค์จะส่งออกผลมะระสดไปยังสหภาพยุโรป จะต้องมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบตั้งแต่ในแปลงปลูกจนถึงภายหลังการเก็บเกี่ยวในโรงคัดบรรจุ โดยในแปลงปลูกของเกษตรกรต้องติดกับดักกาวเหนียวเพื่อดักจับเพลี้ยไฟตลอดวงจรการผลิต   และมีตรวจสอบแปลงผลิตมะระอย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์และมีการจดบันทึก  โดยต้องไม่พบอาการหรือร่องรอยการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ หากสงสัยว่ามีเพลี้ยไฟ ต้องกำจัดตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร  รวมทั้งต้องมีการกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ   และต้องดูแลความสะอาดของแปลงปลูก เช่น ไม่ให้มีผลร่วง ผลเน่า ผลที่ถูกเข้าทำลาย หรือเศษซากพืช ในแปลง หากพบต้องนำออกจากแปลงและทำลายทิ้งทันที

นอกจากนี้ ผลมะระที่เก็บเกี่ยวแล้วต้องจัดการและขนส่งไปยังโรงคัดบรรจุในภาชนะที่มิดชิดป้องกันการเข้าทำลายซ้ำของเพลี้ยไฟ  สำหรับการดำเนินการหลังเก็บเกี่ยวในโรงคัดบรรจุจะต้องทำความความสะอาดผลมะระด้วยการแปรงและล้างด้วยน้ำผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ  และต้องผ่านการสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจสอบศัตรูพืชจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรฐาน ISPM 31 ก่อนออกใบรับรองสุขอนามัยพืช เป็นต้น สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจจะส่งออกผลมะระสดไปสภาพยุโรป สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมวิชาการเกษตร โทรศัพท์ 0 2940 6466-8  และ 0 2561 1680  คาดว่ามะระไทยจะสามารถส่งออกไปตลาดอียูได้ประมาณต้นเดือนกันยายน 2565 นี้  อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าว

You May Have Missed!

1 Minute
ข่าวประชาสัมพันธ์
SALZ รีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 40 ปี เปิดตัวแคมเปญ “SALZ พร้อมบวก” ดึง “ก้อย–อรัชพร” เสริมทัพ “หนุ่ม–กรรชัย” ขยายฐานคนรุ่นใหม่
1 Minute
ข่าวประชาสัมพันธ์
MSIG เผยผลประกอบการปี 2568 เติบโต 15.7% ท่ามกลางความท้าทายจากภัยธรรมชาติ พร้อมตั้งเป้าปี 2569 เดินหน้าเติบโตกว่า 10%  ตอกย้ำครองแชมป์ประกันภัยการเดินทางอันดับ 1 และเพื่อตอบแทนและขอบคุณลูกค้าประกันภัยการเดินทาง บริษัทฯ เตรียมจัดงาน “MSIG Fan Fest 2026”
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
นักวิจัย มจธ. แนะเคล็ดลับ “ประหยัดพลังงานฉบับประชาชน” ทางรอดสู้วิกฤตพลังงานแพง
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
อบจ.พิษณุโลก ส่งเจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลใช้ผลิตน้ำประปาหมู่บ้านให้ประชาชนใน ต.แก่งโสภา อ.วังทอง