คาร์ม็อบจังหวัดนครพนม บีบแตรเปิดไฟไล่ลุงตู่ ชี้ล้มเหลวการแก้ปัญหาโควิด ฉะ สว.+พรรคร่วมรัฐบาล

คาร์ม็อบจังหวัดนครพนม บีบแตรเปิดไฟไล่ลุงตู่ ชี้ล้มเหลวการแก้ปัญหาโควิด ฉะ สว.+พรรคร่วมรัฐบาล

 


วันที่ 7 สิงหาคม 2564 เวลา 15.30 น. กลุ่มคาร์ม็อบจังหวัดนครพนมซึ่งเป็นการรวมตัวของ 1.กลุ่มนครพนมสิบ่ทน 2.กลุ่มก้าวหน้านครพนม 3.นักศึกษา และ 4.ไรเดอร์บริษัทส่งอาหารแห่งหนึ่ง โดยได้นัดรวมตัวกันที่หน้าอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ บ้านนาจอก ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ก่อนจะเคลื่อนขบวนเข้าไปยังตัวเมือง โดยใช้ทางหลักถนนทางหลวงแผ่นดิน 212 หรือถนนนิตโย (นครพนม-สกลนคร) เลี้ยวเข้าถนนอภิบาลบัญชา เขตเทศบาลเมืองนครพนม ผ่านตลาดสดเทศบาลฯ ศาลหลักเมือง ศาลากลางจังหวัดนครพนม โรงพยาบาลนครพนม ถึงโรงเรียนเทศบาล 1 ก็เลี้ยวไปริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร มาถึงแยกไปรษณีย์เลี้ยวไปยังถนนบำรุงเมือง ก่อนจะมาโผล่ถนนทางหลวงแผ่นดิน 212 (ถนนนิตโย) อีกครั้ง โดยผ่านองค์พญาศรีสัตตนาคราชมุ่งตรงไปยังวัดพระอินทร์แปลง ซึ่งเป็นสถานที่นัดชุมนุมปราศรัยกันบริเวณนี้ โดยมีรถยนต์ประมาณ 30 คัน รถจักรยานยนต์จำนวนหนึ่ง เปิดไฟหน้าบีบแตรและชู 3 นิ้วไปตลอดทาง ส่วนผู้มาร่วมชุมนุมประมาณ 150 คน


ทั้งนี้ มีแกนนำผลัดกันขึ้นปราศรัยอยู่ท้ายรถกระบะ เนื้อหาเป็นการกล่าวโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการแก้ปัญหาโรคโควิดล้มเหลว นอกจากนี้ยังกล่าวหา 250 สว. และพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ฯ โดยเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่ด้านการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ปิดถนนช่วงสามแยกไฟแดง และอำนวยความสะดวกให้รถที่จะสัญจรผ่านกลุ่มคาร์ม็อบ หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นชั่วคราว บรรยากาศภาพรวมมีกลุ่มนักศึกษาจำนวนหนึ่ง ถือกระดาษ A 4 เขียนข้อความโจมตีการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาสังเกตการณ์ได้ยึดกระดาษบางแผ่นที่มีข้อความหมิ่นเหม่ไปเก็บไว้ แต่ไม่มีการกระทบกระทั่งกันแต่อย่างไร


ผู้สื่อข่าวได้รับการบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน ว่า ก่อนหน้านี้มีนายประกอบ วงศ์พันธุ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นหนังสืออนุญาตชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่สามารถอนุญาตได้เพราะเกินอำนาจของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมีประกาศราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2564 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ดังนั้นการจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยในข้อ 3.ระบุว่า ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวังฯ หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ต้องรับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน สี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เทพพนม รายงาน

You May Have Missed!

1 Minute
ไม่มีหมวดหมู่
พม. จับมือ มจธ. และเครือข่ายคนพิการ จัดใหญ่ “ประชุมสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่18 (NCPD 2026)”  ชูแนวคิด “Learning to Earning” ปั้นนวัตกรรมสร้างอาชีพ ทลายกรอบข้อจำกัด  สู่สังคมเท่าเทียม
0 Minutes
ข่าวประชาสัมพันธ์
“บิ๊กเปี๊ยก” ปัญญา ทองทัย ผู้บริหาร ป.สหพยาบาล (สหคลินิก) และ ป.กุ้งเผา ร่วมแสดงความยินดี “อนันต์ นิลมานนท์” ในโอกาสรับตำแหน่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ คนที่ 30
0 Minutes
ไม่มีหมวดหมู่
ชนสนั่น..!! 10 ล้อ ชนเก๋ง เฉี่ยว 4 ล้อ แพคคู่ชนเสาไฟฟ้า หักสบั้น เจ็บ 1 ราย
0 Minutes
3จังหวัดชายแดน
แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจเด็กชายวัย 10 ปี เหยื่อโจรใต้ยิงถล่มจุดตรวจ